posttoday
เชือด "สนธิญาณ" ล้างอายรัฐบาล

เชือด "สนธิญาณ" ล้างอายรัฐบาล

12 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การชุมนุมของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เข้าสู่จุดสำคัญ หลังจากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ดำเนินการจับกุมตัว “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา

สนธิญาณ ถือเป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลคนแรกที่ถูกจับกุมได้ภายหลังจากประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 แต่เป็นคนที่สองที่ถูกจับตัวต่อจาก “พิชิต ไชยมงคล” โฆษกเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งถูกจับในข้อหาก่อความไม่สงบจากกรณีบุกกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2556 ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวเพื่อออกมาต่อสู้คดีในเวลาต่อมา

ตามขั้นตอนของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้ สนธิญาณ ต้องถูกควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เบื้องต้น 7 วัน จากนั้นตำรวจขออำนาจศาลเพื่อควบคุมต่อคราวละ 7 วันต่อไป

สำหรับบทบาทของ สนธิญาณ ใน กปปส. แม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นถึงขั้นเป็นแกนนำผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เหมือนกับ ถาวร เสนเนียม หรือ ชุมพล จุลใส แต่ก็นับว่าเป็นแนวร่วมคนสำคัญคนหนึ่งเลยทีเดียว

บทบาทที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นการร่วมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน หรือ “ราชดำเนินเน็ตเวิร์ก” เพื่อดำเนินการถ่ายทอดสดการชุมนุมของ กปปส.ผ่านสถานีโทรทัศน์แบบ 24 ชั่วโมง และยังเป็นแนวร่วมที่มีความคิดแบบหัวก้าวหน้าในการสร้างรูปแบบการชุมนุมให้มีความสนใจจนเป็นที่มาของคำว่า “มวลมหาประชาชน”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการ กปปส. มักแจ้งเตือนให้แกนนำและแนวร่วมทุกคนให้มีความระมัดระวังตัวเองมากขึ้น พร้อมกับห้ามประมาทการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะ สุเทพ ในฐานะที่เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าในภาวะเช่นนี้รัฐบาลกำลังคิดทำอะไรเพื่อให้ได้ชัยชนะในทางการเมือง

ดังจะเห็นได้จากการเคลื่อนไหวของ กปปส.ในระยะนี้ไม่ค่อยมีแกนนำนำมวลชนเคลื่อนไปปิดสถานที่ราชการอย่างเป็นทางการเหมือนกับในช่วงก่อนที่จะมีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีเพียงมวลชนบางส่วนที่เคลื่อนกันไปแสดงพลังกดดันในบางจุด

แต่จนแล้วจนรอด สนธิญาณ ก็ถูกจับเป็นคนแรก โดยเป็นการจับกุมในที่สาธารณะอย่างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้แกนนำกปปส.รายนี้ถูกตำรวจจับได้ง่าย เพราะมาจากความชะล่าใจของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการรุกฆาต สนธิญาณ ในรอบนี้ของรัฐบาลได้สะท้อนถึงนัยทางการเมืองที่สำคัญประการหนึ่งเช่นกัน ซึ่งนัยที่ว่านั้นคือการเชือดไก่ให้ลิงดู

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ศรส.ถูกสบประมาทมาตลอดว่ามีอำนาจแต่ใช้ไม่ได้ ทำให้รัฐบาลและ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสียรังวัดไปพอสมควร

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล คือ การประกาศไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้เส้นทางคมนาคมหลายเส้นทางโดยรอบบริเวณพื้นที่ชุมนุม แต่ถูกเย้ยหยันจากกปปส.ด้วยการเดินขบวนท้าทายอำนาจรัฐบาล

เช่นเดียวกับการประกาศจะขอพื้นที่กระทรวงมหาดไทยและแจ้งวัฒนะคืนจากกปปส.แบบรายวันในลักษณะทั้งขู่และปลอบแต่ในทางปฏิบัติปรากฏว่าคำประกาศของรัฐบาลกลายเป็นเพียง “เสือกระดาษ”

ดังนั้น การจับ สนธิญาณ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสัญลักษณ์และสัญญาณหนึ่งที่รัฐบาลกำลังส่งออกมาว่าตัวเองไม่ได้เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามปรามาสเอาไว้ ในทางกลับกันรัฐบาลยังมีอำนาจครบสมบูรณ์ 100% โดยพร้อมดำเนินการกับแกนนำ กปปส.ได้ในทุกเวลา แม้แต่กับตัว สุเทพ เพียงแต่รอเวลาและจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น

ส่งผลให้จากนี้ไปแกนนำ กปปส.แถวแรก 19 คน ที่มีหมายจับอยู่แล้ว และแกนนำแถวสองอีก 13 คน ที่กำลังจะมีหมายจับต้องระวังตัวมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การแสดงท่าทีทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา ก็จะต้องระวังการใช้คำพูดมากขึ้นเช่นกัน เพราะการกระทำในปัจจุบันจะมีผลต่อในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการขอประกันตัวสู้คดีในชั้นศาลในอนาคต

กล่าวคือ ถ้าแกนนำ กปปส.ยิ่งแสดงท่าทีเป็นภัยต่อความมั่นคงมากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการปราศรัยหรือการนำมวลชนปิดล้อมสถานที่ราชการ ย่อมมีผลให้โอกาสในการได้รับการประกันตัวน้อยลงตามไปด้วย

กปปส.เองก็ทราบถึงภาวะนี้ดี จึงได้กำชับแกนนำ กปปส.บางรายที่ขาดประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวในทางการเมืองว่าห้ามชะล่าใจหรือประมาทรัฐบาลมากเกินไป เพราะหากปล่อยให้แกนนำ กปปส.ถูกตำรวจรวบตัวได้เรื่อยๆ ย่อมไม่เป็นผลดีในแง่ขวัญและกำลังใจในระยะยาวอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้รัฐบาลเป็นฝ่ายได้เปรียบเหนือ กปปส.ทุกประตู เพราะมีปัญหาในเรื่องการติดตามตัวผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่จนถึงขณะนี้ ศรส.ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้

ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ระเบิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนบรรทัดทอง รวมไปถึงผู้ลงมือสังหาร สุทิน ธราทิน แนวร่วม กปปส. ที่มีหลักฐานออกมาสู่สาธารณะจำนวนมาก จึงเป็นผลให้รัฐบาลยังคงเผชิญกับคำครหาว่าทำไมรัฐบาลถึงให้ความสำคัญกับการจับแกนนำ กปปส.มากกว่านำตัวผู้ก่อเหตุความรุนแรงมาลงโทษ

ที่สุดแล้วการจับ สนธิญาณ จึงเป็นเพียงการชนะศึกของรัฐบาล แต่ยังไม่ชนะในสงครามเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน