posttoday
มายาคติว่าด้วยการจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนา

มายาคติว่าด้วยการจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนา

10 กุมภาพันธ์ 2557

จากมายาคติว่าด้วยเรื่องจำนำข้าวในสองตอนแรกที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีความคิดที่จะทำตัวเป็นพ่อค้าข้าวเสียเอง เพียงแต่ขอยืมชื่อโครงการรับจำนำข้าวไปใช้เท่านั้น

จากมายาคติว่าด้วยเรื่องจำนำข้าวในสองตอนแรกที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีความคิดที่จะทำตัวเป็นพ่อค้าข้าวเสียเอง เพียงแต่ขอยืมชื่อโครงการรับจำนำข้าวไปใช้เท่านั้น

ในการรับจำนำ ราคาจำนำโดยทั่วไปจะต่ำกว่าราคาของที่จะเอาไปใช้จำนำ แต่ใน 3 ปีที่ผ่านมา ราคาจำนำข้าวขาวเท่ากับ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ในขณะที่ราคาในท้องตลาดในช่วงที่มีการรับจำนำจะต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อตัน นี่จึงไม่อาจเรียกว่าการจำนำ แต่เป็นการซื้อขาดโดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 50%

ผลที่ตามมา คือ ชาวนาตัวจริงก็เอาข้าวที่ผลิตได้เกือบทั้งประเทศมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล นอกจากนั้นยังเชื่อว่ามีการทุจริตในการนำข้าวมาเวียนเทียนจำนำอีก มีการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ ทำให้มีคนร่ำรวยจากโครงการนี้หลายกลุ่ม นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงข้อสงสัยการเอาข้าวลมมาจำนำอีกต่างหาก

ผลต่อเนื่อง แน่นอนทั้งชาวนาตัวจริง ชาวนาตัวปลอม และผู้เกี่ยวข้องต่างก็ได้รับผลพวงกันไปในรูปแบบต่างๆ แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือ ประเทศชาติจะขาดทุนจากโครงการนี้อย่างย่อยยับ ทั้งขาดทุนเงินตรา ทั้งสูญเสียความสามารถของอุตสาหกรรมข้าวไทย มีข้อถกเถียงกันมาโดยตลอดว่าจะขาดทุนกี่แสนล้านบาท กี่แสนล้านบาทนะครับ ไม่ใช่กี่แสนบาท

ด้วยเหตุแห่งความไม่โปร่งใสและความด้อยประสิทธิภาพในการระบายข้าวที่รับจำนำไว้อย่างมากมาย ทำให้มีเงินไหลกลับเข้ามาน้อยมาก และกลายเป็นปัญหาในการจ่ายเงินให้กับชาวนาดังที่เป็นข่าวครึกโครมตลอดมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556

ในวิถีชีวิตของชาวนาไทยส่วนใหญ่ เมื่อเกี่ยวข้าวได้แล้วก็จะรีบเอาไปขายพ่อค้าเพื่อเอาเงินไปจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะการใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายา ข้าวจึงทะลักออกสู่ตลาดในเวลาใกล้เคียงกัน พ่อค้าก็มักจะฉวยโอกาสกดราคา ภาครัฐก็ได้แต่แนะนำให้ชะลอการขาย ชาวนาก็บอกว่ารอไม่ได้ ไม่มีเงินใช้ พ่อค้าปุ๋ยยาต่างก็เร่งรัด นี่จึงเป็นที่มาของโครงการรับจำนำข้าว ปรัชญาคือ ให้ชาวนาเอาข้าวมาจำนำ เอาเงินไปส่วนหนึ่งก่อน เมื่อราคาข้าวที่ขึ้นจนเป็นที่พอใจก็แจ้งขายขาดได้ รับเงินส่วนต่างที่เพิ่มจากราคาจำนำไป ชาวนาก็พอใจ

จากการที่รัฐบาลขาดเงินทุนที่จะจ่ายให้กับชาวนาประมาณว่าเป็นเงินถึง 1.3 แสนล้านบาท ชาวนาก็เร่งรัดมาโดยตลอด รัฐบาลก็พยายามหาเงินที่คิดว่ารวดเร็วทันใจ คือ การกู้เงิน เพราะเงินจากการระบายข้าวจะน้อยและช้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนกลายเป็นรัฐบาลรักษาการก็มีข้อกฎหมายค้ำคออยู่ ไม่สามารถก่อหนี้หรือพันธะผูกพันไปยังรัฐบาลคณะต่อไปได้ ทำให้การหาเงิน 1.3 แสนล้านบาท กลายเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลไปในที่สุด ยิ่งมีปัญหาทางการเมืองมาผสมโรงด้วยก็ยิ่งยุ่งยากเป็นทวีคูณ ต่างก็เอาข้อกฎหมายมาข่มขู่รัฐบาล บางครั้งก็ลืมนึกถึงความเดือดร้อนของชาวนาที่เคยได้รับการเชิดชูว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

ข้อเสนอที่เริ่มชัดเจนขึ้น คือ ให้รัฐบาลเร่งระบายขายข้าวในสต๊อกออกให้เร็วที่สุด หลายคนถึงกับกล่าวว่าไม่ต้องกังวลว่าจะขาดทุนมากน้อยเพียงใด ขอแต่ให้มีเงินมาจ่ายให้กับชาวนาก็แล้วกัน

ผมไม่เห็นด้วยกับการจะเร่งระบายขายข้าวชนิดที่ไม่ต้องกังวลกับราคาขายเลย เพราะมีผลกระทบตามมาอย่างน้อย 2 ประการ คือ การขาดทุนเงินและขาดทุนเกียรติภูมิของอุตสาหกรรมข้าวไทย โปรดทราบว่าการจะขายข้าวให้ได้เงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาท จะต้องขายข้าวสาร 78 ล้านตันในเวลาเกือบปีนะครับ

ไม่ใช่ผมไม่เห็นความเดือดร้อนของชาวนา มันมีวิธีที่จะช่วยผ่อนปรนความเดือดร้อนดังกล่าวได้

ผมขอเรียกร้องให้สมาคมชาวนาและสภาเกษตรกรแห่งชาติร่วมกันเรียกร้องให้ ธ.ก.ส.พิจารณาปล่อยเงินกู้พิเศษในอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเท่าที่ ธ.ก.ส.จะทำได้ให้กับชาวนาที่มีใบประทวนจำนำข้าวและต้องการใช้เงิน โดยกำหนดปริมาณวงเงินจำนวนหนึ่ง ที่ไม่น่าจะเป็นปัญหากับสภาพคล่องทางการเงินของ ธ.ก.ส. เอง เช่น ไม่เกิน 75% ของวงเงินในใบประทวน

ทั้งนี้ ขอไม่ให้นำไปพิจารณารวมกับสินเชื่อเดิมที่มีพันธะกับ ธ.ก.ส.อยู่ก่อน ส่วนชาวนารายใดที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. ผมเชื่อว่า ธ.ก.ส.จะมีวิธีการให้สมัครเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. และเข้าสู่ระบบของ ธ.ก.ส.ได้

ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการในบอร์ดของ ธ.ก.ส. ผมเชื่อว่า ธ.ก.ส.ทำได้

ในส่วนของดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น สมาคมชาวนาและสภาเกษตรกรแห่งชาติต้องร่วมกันรับผิดชอบในการเรียกร้องให้รัฐบาลคณะใหม่จัดหาเงินงบประมาณมาชดเชยให้ทั้งหมด ถ้ารัฐบาลคณะใหม่ไม่ดำเนินการก็ชอบที่จะร่วมกันเป็นตัวแทนชาวนาดังกล่าวฟ้องคดีขอความเป็นธรรมจากฝ่ายตุลาการต่อไป

ผมเชื่อมั่นว่าคณะรัฐบาลชุดใหม่และฝ่ายตุลาการจะให้ความเป็นธรรมแก่ชาวนาเหล่านั้นอย่างแน่นอน

ชาวนาก็จะสามารถได้รับเงินค่าข้าวไปใช้จ่าย รัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ต้องถึงกับขายข้าวแบบไม่สนใจราคาขายเลย

โปรดอย่าชักจูงหรือยุแหย่ให้ชาวนามีทิฐิว่าเงินก็เงินของเรา ทำไมต้องไปกู้อีก คิดเสียว่าเป็นการแก้ปัญหาส่วนรวมไปก่อน ใครผิดใครถูกค่อยว่ากันต่อไป หนังเรื่องนี้คงไม่ยุติเพียงเท่านี้

อนึ่ง ในระหว่างที่นำเสนอแนวทางการให้กู้เงินตามใบประทวนนี้ ได้ฟังว่าท่านรัฐมนตรี ยรรยง พวงราช มีแนวคิดในลักษณะเดียวกัน แต่กลายเป็นให้โรงสีเป็นผู้ปล่อยเงินให้เกษตรกร คงจะยากมากๆ เพราะต้องมีโรงสีที่มีสภาพคล่องส่วนเกินมากกว่า 100 ล้านบาทเกือบร้อยโรงสี ไม่ลองหันไปเจรจากับ ธ.ก.ส.อีกครั้งหรือครับ เรื่องที่เคยบ่น ธ.ก.ส.มาก่อนคงไม่ถึงกับคุยกันอีกไม่ได้ คิดว่าทำเพื่อให้ชาวนาได้รับเงินจำนำข้าวเร็วที่สุดก็พอแล้วครับ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน