
แก้คอร์รัปชั่นแก้คอรัปชั่น
แม้การออกแบบประเทศไทยจะต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อยและคงต้องลองหลายๆ แบบ ปรับแล้วปรับอีกสักพัก ว่ากลไกไหนทำงานมีประสิทธิภาพแค่ไหนในสังคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ
แม้การออกแบบประเทศไทยจะต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อยและคงต้องลองหลายๆ แบบ ปรับแล้วปรับอีกสักพัก ว่ากลไกไหนทำงานมีประสิทธิภาพแค่ไหนในสังคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ
แต่สองเรื่องที่คงไม่มีใครปฏิเสธว่าบั่นทอนประเทศไทย...จนต้องปฏิรูปกันอย่างหนัก...หนึ่งคือเรื่องการเรียกรับสินบาท คาดสินบน...เพื่อให้ผู้มีอำนาจทำหรือไม่ทำอะไร เร่งอะไรหรือผ่อนอะไร
พูดง่ายๆ ... “คอร์รัปชั่น”...
อีกเรื่อง...คือ การทุจริตในการเลือกตั้ง ทุจริตในการซื้อเสียง ทุจริตในการวิ่งเต้นเพื่อโยกย้าย ได้ตำแหน่งที่ปรารถนา หรือทำตัวเองให้ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งในทางการเมือง หรือตำแหน่งในหน่วยงาน ไม่ว่าของรัฐหรือของเอกชน...
สองเรื่องนี้คือ เหรียญทั้งสองด้านของคำว่า...“อำนาจ”...ที่ไม่สุจริต
ด้านหนึ่ง...เป็นเรื่องความไม่สุจริตในการเข้าสู่อำนาจ อีกด้านหนึ่งเป็นเรื่องของการใช้อำนาจโดยไม่สุจริต...
ทั้งสองเรื่องเป็นญาติสนิทกันอย่างแนบแน่น...ในทางทฤษฎีคนบางคนอาจไม่สุจริตในการเข้าสู่ตำแหน่ง...แต่ตั้งใจว่า เมื่อเข้ามาแล้ว...ตัวจะได้เอาอุดมการณ์สารพัดมาทำให้ตนเองใช้อำนาจในตำแหน่งนั้นอย่างสุจริต ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง
เมื่อก่อนผมได้ยินว่ามีเถ้าแก่มีฐานะบางคนบอกว่า แกร่ำรวยพอแล้ว แต่อยากจะมาแก้ไขปัญหาโดยสร้างความเป็นธรรมบางอย่างให้ระบบ แต่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่สูงพอจึงจะพอทำได้ ในเมื่อมีคู่แข่งอยากเข้าสู่ตำแหน่งนั้นมากมาย และหลายคนก็มีทีท่าว่าอยากเข้าสู่ตำแหน่งเพื่อหวังจะได้...กิน...
เถ้าแก่จึงบอกคนใกล้ชิดว่า...ทำยังไงก็ได้ ขอให้ตัวแกได้ไปถึงตำแหน่งก็แล้วกัน ควักเท่าไหร่เท่ากัน อันไหนถ้าควักแล้ว ยังอาจไม่ได้...ก็ให้ใช้วิธีอื่น...จะถูกผิดยังไง อย่าเพิ่งไปสน...เมื่อได้เข้าไปสู่ตำแหน่งแล้ว แกก็กล้าตัดสินใจทำให้เกิดเรื่องดีๆ หลายอย่าง
มีจริงนะครับ...คนหยั่งงี้...แต่มีแบบนี้มากน้อยแค่ไหน...ไม่แน่ใจ และจะทำดีอย่างที่ว่าได้กี่ชิ้น ก่อนดีแตก ก็ไม่ขอรับปากหรอก
อีกคนเป็นประเภทโตมาตามระบบ เข้าถึงตำแหน่งแบบไม่มีคู่แข่ง เพราะทั้งอาวุโสมีความรู้ มีความสามารถ แต่พอมาอยู่ในตำแหน่งแล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ใครอยากได้อะไร ต้องมีค่าตอบแทนค่าหล่อลื่นมาให้ทุกที!
นี่ก็มีจริงอีกเหมือนกัน...และมีเยอะซะด้วย
ข้อเสนอที่น่าสนใจต่อการสร้างสังคมสุจริตมีอย่างน้อย 4 วิธีดังนี้
ข้อแรก ให้กรมสรรพากรเปิดเผยแบบแสดงรายได้และภาษีเงินได้ย้อนหลังของผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะอยู่ในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น รวมถึงบุคคลที่ทำตัวเป็นเจ้าของอำนาจ แต่ไม่ยักดำรงตำแหน่ง หากมีประชาชนเข้าชื่อร้องขอให้เปิดเผยตามจำนวนที่มากพอ ก็ให้นำมาเปิดเผยได้...
ข้อสอง จัดงบประมาณผ่าน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เพื่อสนับสนุนเครือข่ายอาสาสมัคร แจ้งเตือนเหตุทุจริต เพื่อจะได้ส่งเสริมภาคประชาสังคมให้มีมือไม้ มีเครือข่ายในการเข้าถึงหลักฐานกว้างขวาง ลึกซึ้ง อย่างไม่เป็นทางการ กระจายตัวทั่วถึงในสาขาต่างๆ
ข้อสาม มีระเบียบกำหนดให้สำนักงบประมาณกันเงินงวด อย่างน้อย 1% ของการจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐส่งไปให้สำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ทุกครั้งที่ออกเงินงวดไป เพื่อเติมเข้ากองทุนในข้อสองอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ต้องให้สำนักงาน ป.ป.ช. รองบประมาณปีละครั้งเพียงอย่างเดียว ปีไหนที่รัฐใช้จ่ายน้อย งบตรวจสอบก็จะลดตาม
ข้อสี่ กำหนดให้ทุกหน่วยงานของรัฐ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจส่วนราชการ ต้องนำหลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance) มาใช้ในการทำงานอย่างเข้มแข็ง มีตัวชี้วัด จัดประเมิน ติดตามผล และให้ใช้เรื่องนี้เป็นเหตุในการถอดถอนกรรมการและผู้บริหารได้
สุดท้าย เลิกเถอะครับ...การจ่ายโบนัสของรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนให้กรรมการที่มาจากข้าราชการประจำน่ะ...







