
เสรีงัดรัญธรรมนูญปูพ้นรักษาการหลัง 1 เม.ย.
เสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ จะหมดอายุรัฐบาลรักษาการในวันที่ 1 เม.ย. 2557 เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ได้บัญญัติว่า ภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง สส.ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกเพื่อให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะให้มีนายกฯ โดยเร็ว และไม่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีรักษาการไปนานๆ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181
เสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ จะหมดอายุรัฐบาลรักษาการในวันที่ 1 เม.ย. 2557 เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ได้บัญญัติว่า ภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง สส.ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกเพื่อให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะให้มีนายกฯ โดยเร็ว และไม่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีรักษาการไปนานๆ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังระบุให้สภาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ให้แล้ว เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกเท่ากับว่าตามมาตรา 172 และมาตรา 127 ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่านับแต่วันที่ 2 เม.ย. ประเทศไทยก็จะไม่มีรัฐบาลรักษาการอีกต่อไป
สภาทนายความออกแถลงการณ์เรื่อง “ความชอบด้วยกฎหมายของการเลือกตั้ง” ระบุว่า แสดงความเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งที่ใช้งบ 2,825 ล้านบาทสูญเปล่า เนื่องจากหลักการการเลือกตั้งต้องจัดพร้อมกันทั้งประเทศครั้งเดียว แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศเป็นปัญหาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 107
อีกทั้งการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้ายังไม่อาจทำได้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนวันเลือกตั้ง และการนับคะแนนจะต้องนำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าส่งไปนับพร้อมกันในเขตที่ผู้มีชื่อมีสิทธิเลือกตั้งมีภูมิลำเนาอยู่ หากมีการนับคะแนนโดยไม่พร้อมกันจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ โดยเฉพาะการเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ที่รู้ผลแพ้หรือชนะแล้ว
นอกจากนี้ การจัดการเลือกตั้งไม่พร้อมกันโดยมีการนับคะแนนแม้ไม่ปิดประกาศคะแนนเป็นทางการ แต่ผู้ที่ไปดูการนับคะแนนสามารถจดคะแนนไปรวมกันเองได้ และในแต่ละหน่วยเลือกตั้งมีตำรวจรักษาความปลอดภัยจดคะแนนของส่งไปให้ศูนย์รวมคะแนนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำให้สามารถรู้คะแนนของผู้สมัคร ซึ่งจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบผิด พ.ร.บ.เลือกตั้งฯ มาตรา 150
รวมทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ ในวันที่ 23 ก.พ. ยังขัดกับกฎหมายเลือกตั้งเพราะในเขตบางเขตได้ทำการเลือกตั้งไปแล้ว จึงไม่ใช่การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตอีกต่อไป ในเมื่อไม่สามารถเลือกตั้งนอกเขตได้อีก จึงเป็นการตัดสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ







