
การกู้เงินปลอมๆ
เมื่ออภิมหาประชานิยมผสมกับโกงโคตรๆ จึงเกิดปรากฏการณ์เอาข้าวไปเก็บจนเน่าแล้วไม่ให้เงินชาวนา สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาที่เข้าโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเอาข้าวไปให้โรงสีได้ใบประทวนมาแล้วถึง 3 เดือน แต่ยังไม่ได้เงินค่าข้าวเลย
เมื่ออภิมหาประชานิยมผสมกับโกงโคตรๆ จึงเกิดปรากฏการณ์เอาข้าวไปเก็บจนเน่าแล้วไม่ให้เงินชาวนา สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาที่เข้าโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเอาข้าวไปให้โรงสีได้ใบประทวนมาแล้วถึง 3 เดือน แต่ยังไม่ได้เงินค่าข้าวเลย
3 เดือนสำหรับชาวนา หรือคนที่ไม่ได้มีเงินทองมากมาย เป็นความยากลำบากในการดำรงชีพ ยิ่งคนที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากพ่อค้านายทุนมาปลูกข้าวด้วยแล้ว ระยะเวลา 3 เดือนเหมือนจะสิ้นใจ เพราะดอกเบี้ยของพ่อค้านายทุนไม่มีวันหยุด ไม่รับรู้ปัญหาของรัฐบาล
โครงการรับจำนำข้าวเป็นการทำลายกลไกตลาด ทำลายการพัฒนาคุณภาพข้าวของไทย เพราะชาวนาส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะปลูกข้าวที่มีคุณภาพซึ่งต้องใช้เวลา ต้องใส่ใจดูแล ผลผลิตไม่สูง ชาวนาส่วนใหญ่จึงหันไปปลูกข้าวที่ให้ผลผลิตเร็ว เพื่อให้ได้เมล็ดข้าวไปจำนำแลกเป็นเงินออกมาได้อย่างรวดเร็ว คุณภาพข้าวไทยที่พัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องจึงหยุดชะงักขาดตอน ระยะเวลา 2 ปี ได้ทำลายข้าวคุณภาพดีของไทยไปจำนวนมาก และยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรในการฟื้นฟูคุณภาพข้าวของไทย
การหาเสียงด้วยนโยบายอภิมหาประชานิยม จำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาด โดยรัฐทำตัวเป็นพ่อค้าเสียเอง ได้ทำลายระบบการส่งออกข้าวของไทย ผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์คือพวกพ้อง หัวคะแนน ญาติพี่น้องของ สส.พรรครัฐบาล คนที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้กลับกลายเป็นโรงสีในเครือนักการเมือง ข้าราชการและนักการเมือง ชาวนาไทยก็ยังคงยากจนอยู่เช่นเดิม
ข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำข้าว มิใช่มีเฉพาะข้าวไทย แต่เป็นข้าวปลากรอบจากเขมร จากปลาแดกจากลาว และข้าวถอดโสร่งจากพม่า พาเหรดกันเข้ามารับประโยชน์จากโครงการนี้ ส่วนข้าวไทยแท้ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าเพื่อนบ้าน ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างที่โฆษณาหาเสียงไว้
เมื่อเริ่มโครงการ นักวิชาการที่มีความรู้มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับข้าว ได้คัดค้านโดยอธิบายว่า จะเกิดผลเสียทำให้ขาดทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลไปอุดหนุน แต่รัฐบาลไม่ฟัง จนเกิดความเสียหายตามที่นักวิชาการได้บอกไว้
โครงการรับจำนำข้าวจึงขาดทุนหลายแสนล้านบาท เป็นโครงการที่รัฐมนตรีไม่สามารถตอบคำถามของนักข่าวได้ ทั้งๆ ที่ดูแลรับผิดชอบโครงการโดยตรง แต่รัฐบาลหน้าเหลี่ยมก็ไม่แคร์ ไม่สนใจจะแก้ไข รัฐมนตรีไม่รู้ข้อมูลตอบนักข่าวไม่ได้ ก็ไม่ว่าอะไร ไม่มีความสำนึก ท่องคาถาอย่างเดียวว่า กูมาจากการเลือกตั้ง กูเป็นฝ่ายเสียงข้างมากกูจะทำอย่างนี้ ใครจะทำไม แล้วให้นั่งกินเงินภาษีต่อไป
โครงการรับจำนำข้าวตามที่รัฐบาลคุยโม้โอ้อวดไว้ว่า จะสามารถขายข้าวได้ ไม่ขาดทุน หรือขาดทุนก็นิดหน่อยนั้น ในความเป็นจริงมันตรงข้าม รัฐบาลขายข้าวไม่ได้ ข้าวที่เก็บไว้ขึ้นรา เน่าเสีย แต่รัฐบาลกลับโกหกคำโตว่า ขายข้าวแบบจีทูจีให้กับจีนได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง จน ป.ป.ช.เต่าคลานได้แจ้งข้อกล่าวหาอดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ในข้อหาทุจริต แต่กลับมองไม่เห็นผู้นำสูงสุดในฐานะประธาน
มาวันนี้รัฐบาลไม่มีเงินจะจ่ายให้กับชาวนา จะกู้เงินก็ไม่ได้ เพราะเมื่อยุบสภาแล้วไม่สามารถกระทำการใดที่จะมีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) “ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป”
ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจนทนไม่ได้ จึงต้องออกมาเรียกร้องและขู่ว่าจะปิดถนน รัฐบาลเหลี่ยมจัดได้ขอความเห็นชอบจาก กกต.ที่จะกู้เงินเพื่อชำระหนี้ให้ชาวนา แต่ กกต.บอกว่า เป็นการห้ามเด็ดขาดตามมาตรา 181 (3) กกต.จึงไม่มีอำนาจให้ความเห็นชอบ
รัฐบาลหน้าเหลี่ยมจึงใช้วิธีการเดิมๆ คือลุยฝ่ากฎหมายไปตายดาบหน้า โดยหวังว่าเมื่อคุมอำนาจรัฐได้ก็สามารถซื้อทุกอย่างได้ เหมือนคดีซุกหุ้นภาคแรกที่บัญญัติศัพท์อัปยศว่า บกพร่องโดยสุจริต
รัฐบาลให้กฤษฎีกาตีความ ซึ่งเท่าที่ทราบ เลขากฤษฎีกาเป็นผู้ตีความเองคนเดียว ไม่ใช่คณะกรรมการที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเป็นผู้พิจารณา แล้วเดินหน้าขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์โดยการเปิดประมูลที่เป็นความลับ
ผมเชื่อว่ารัฐบาลหน้าเหลี่ยมก็รู้ว่า จะไม่มีธนาคารใดให้กู้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการร่วมทำผิดกับรัฐบาล ถึงให้กู้ก็ไม่ทันวันเลือกตั้ง แต่ทำเพื่อเอาไปอ้าง ทำเพื่อหลอกชาวนาอีกว่ากู้เงินได้แล้ว เป็นการหาเสียงจากชาวนาเพื่อหวังผลการเลือกตั้ง
ถามว่ารัฐบาลไม่กลัวถูกจัดการภายหลังหรือ คำตอบคือ วันนี้ ป.ป.ช.ดูเหมือนจะทำงานช้ากว่าเต่าคลาน และไม่รู้ว่าจะใส่เกียร์ว่างเมื่อไร จึงไม่รู้ว่าถูกมนต์สีเทาสะกดไว้หรือเปล่า รัฐบาลเหลี่ยมจึงไม่กลัว และหากจวนตัว รัฐบาลก็จะมีไม้เด็ดที่ใช้มาตลอด คือ เป็นของปลอม การกู้ก็เป็นการกู้ปลอม เพราะเป็นวิธีการที่ถนัดและเคยใช้เป็นข้ออ้างตลอดมา
คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง มีภาพชัดเจนก็บอกว่าแดงปลอม
คนเสื้อแดงถืออาวุธก่อความรุนแรงก็บอกว่าแดงปลอม
ตำรวจใส่เครื่องแบบทุบรถชาวบ้าน มีคลิปวิดีโอชัดเจนก็บอกว่าตำรวจปลอม
ตำรวจซุ่มยิงบนหลังคาตึก ก็อ้างว่า เป็นตำรวจปลอม
แพทย์เข้าร่วมชุมนุมกับกำนัน ไอ้ปอดแหกก็บอกว่า เป็นแพทย์ปลอม
ชาวนาออกมาชุมนุมเรียกร้องค่าข้าว นางนกแสกก็ร้องว่า ชาวนาปลอม
การให้เลขากฤษฎีกาทำความเห็นเองโดยไม่นำเข้าคณะกรรมการที่เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องการความรวดเร็ว และแน่นอน เลขากฤษฎีกาวันนี้ทำความเห็นตามที่รัฐบาลต้องการ ความเห็นอย่างนี้เป็นเรื่องที่ผิดปกติ วิธีการคุ้นๆ ช่างละม้ายคล้ายกับการเลี่ยงภาษีของคนโตตระกูลชิน ที่ให้กรมสรรพากรตอบข้อหารือแล้วนำไปใช้เลี่ยงภาษี
แต่ความเห็นของกฤษฎีกา ไม่ว่าจะเป็นคณะหรือเลขาคนเดียว ก็เป็นเพียงความเห็นหนึ่งที่ไม่ผูกพันศาล ถ้าศาลไม่เห็นด้วย คุกครับคุกที่รออยู่ข้างหน้า
ถ้าการกู้ครั้งนี้เป็นโครงการต่อเนื่อง รัฐบาลทำไมต้องไปขอความเห็นชอบจาก กกต. เมื่อ กกต.ไม่สนองตอบจึงไปขอความเห็นจากเลขากฤษฎีกา มันดูแปลกๆ ปลอมๆ ยังไงก็ไม่รู้
รัฐบาลนี้ทำอะไรก็ได้แม้จะผิดกฎหมาย เพราะรัฐบาลทั้งชุดวันนี้เป็นรัฐบาลปลอม เพียงแค่มีชื่ออยู่ในตำแหน่งเท่านั้น ไม่มีอำนาจที่แท้จริง
รัฐบาลจริงๆ นั้น หน้าเหลี่ยมเป็นสัมภเวสีอยู่นอกประเทศครับ







