
18จังหวัดสะดุด กระทบ8ล้านคนเลือกไม่ได้
กกต. เผย คนไทยราว 8.75 ล้านคนใน 18 จังหวัด ไม่สามารถไปเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ได้หลังถูก กปปส.ขัดขวาง
กกต. เผย คนไทยราว 8.75 ล้านคนใน 18 จังหวัด ไม่สามารถไปเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ได้หลังถูก กปปส.ขัดขวาง
ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. แถลงสรุปการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 กพ. ว่า จากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 93,952 หน่วยเลือกตั้ง กกต.สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ 83,669 หน่วย หรือ 89.2% โดยประกาศงดลงคะแนนใน 18 จังหวัด ซึ่งเป็นการงดลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัด และงดลงคะแนนไปบางส่วน 9 จังหวัด รวมแล้ว 69 เขต ซึ่งเป็นจำนวนที่เป็นการประกาศงดทุกหน่วย 38 เขต และบางหน่วย 31 เขต
ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.ไม่สามารถประกาศผลภาพรวมทั้งประเทศ เพราะ พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. และ สว. กำหนดให้ผลคะแนนเลือกตั้งต้องครบทุกส่วน ทั้งในหน่วยที่เลือกตั้งกลางล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร ซึ่งยังต้องศึกษากฎหมายและรายละเอียด เพื่อจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ 23 ก.พ. และเตรียมประชุมเยียวยา 28 เขตที่ยังไม่มีผู้สมัคร
สำหรับจังหวัดที่มีการงดลงคะแนนทั้งจังหวัดมี 9 จังหวัด 31 เขต ประกอบด้วย จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต พัทลุง สงขลา และตรัง ส่วนอีก 6 เขตอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ ส่วนที่งดลงคะแนนบางส่วนนั้นมีทั้งหมด 9 จังหวัด 30 เขต ใน กทม. เพชรบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ สตูล นครศรีธรรมราช ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ดังนั้น มีจังหวัดที่สามารถเลือกตั้งได้โดยไม่มีปัญหาทั้งสิ้น 59 จังหวัด รวม 308 เขตเลือกตั้ง
สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า ในจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่ต้องปิดไปในวันนี้ 10,280 หน่วย ประมาณ 10.94 % หรือราว 8.75 ล้านคนเศษ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายหลัง ซึ่งหากไปลงคะแนนก็จะไม่ใช้สิทธิ แต่ระหว่างนี้หากใครต้องการรักษาสิทธิเพื่อใช้สิทธิทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ก็ควรไปแจ้งเหตุไว้ก่อน หรือจะรอใช้สิทธิเลือกตั้ง สว. ในวันเสาร์ที่ 29 มี.ค. ก็จะสามารถคืนสิทธิได้
“การเร่งดำเนินการในส่วนที่มีปัญหามากเกินไป อาจเป็นการเร่งสถานการณ์ที่ร้อนให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น แต่วันนี้ก็ถือว่าโชคดีสำหรับ 69 เขตเลือกตั้ง สส. ที่ต้องกำหนดการลงคะแนนใหม่ จึงต้องหาวันที่เหมาะสม ซึ่ง กกต.ต้องหารือกันอีกที เพราะเกี่ยวข้องถึง” สมชัย กล่าว
สมชัย กล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้ง กกต.ยังมีโจทย์อีกสามเรื่องคือ 1.กรณี 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรายเดียว หากได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น หรือน้อยกว่าผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ โดย 16 เขตเลือกตั้งจะยังไม่รายงานผลจนกว่าจะมีการเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดรอบสอง 2.กรณี 28 เขตภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัครว่าจะออกพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศ กกต.ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งหากมีความเห็นต่างกันระหว่าง กกต.กับรัฐบาลก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร
3.การเลือกตั้งครั้งนี้มีบางหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ก็ต้องดูความเหมาะสมที่จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ว่าควรเป็นวันใด แต่คงไม่ใช่ภายใน 7 วันนับจากวันที่ 2 ก.พ. เพราะมันมีกระบวนการจัดการทางธุรการที่ไม่สามารถเป็นไปได้ในระยะเวลา 7 วัน โดยเฉพาะการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ กกต.ต้องจัดพิมพ์ใหม่ ที่สำคัญต้องจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่จะนำมาใช้ถึง 10 ล้านใบ อย่างไรก็ตาม กกต.จะพิจารณาวันที่เหมาะสม
บุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาทิ กรณีกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีใช้ตำแหน่งหน้าที่และทรัพยากรของรัฐไปหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน 2.มีการร้องเรียนที่ จ.อุบลราชธานี เขต 2 และ 3 ที่ จ.ปทุมธานี เขต 2 ว่ามีหาเสียงหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม 4.ร้องเรียน เขต 3 จ.ชลบุรี มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือผู้สมัคร
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการร้องเรียนให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจ แถลงว่า มีประชาชนแจ้งความกรณีไม่ได้รับความสะดวก ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 4,826 คนทั่วประเทศ โดยก่อนหน้านี้มีการแจ้งความไปแล้วในช่วงเลือกตั้งล่วงหน้า 1,374 คน รวม 6,200 คน
สำหรับการร้องทุกข์มี 2 ข้อหาใหญ่ หนึ่ง ผู้ชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งจนไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งปิดกั้นหน่วยเลือกตั้ง ปิดกั้นการเดินทาง ไปจนถึงปิดกั้นการขนส่งหีบบัตร สอง ร้องทุกข์ว่าไปถึงหน่วยเลือกตั้งแล้วแต่ไม่มีคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง ผบ.ตร.สั่งการให้สอบสวนแน่ชัดทุกรายว่าผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร







