
สัตย์ปฏิญาณ
ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่หรือพันธกิจ ที่ผูกพันคนแต่ละคน แต่ละกลุ่ม แต่ละชั้นเข้ากับส่วนรวมทั้งหมด อาจเป็นแบบแผนที่สืบทอดกันต่อมา หรือเป็นผลของการรื้อมาต่อรอง ต่อสู้ เพื่อตกลงกันใหม่ว่า คน กลุ่ม สถานะและบทบาทที่ต่างกัน กับส่วนรวมทั้งหมด จะสัมพันธ์ยึดโยงอยู่รวมกันเป็นสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมการเมือง ด้วยหลักและการมีพันธกิจอย่างไรต่อกัน ที่จะช่วยให้คนหมู่นั้นบรรลุถึงเป้าหมายที่พึงปรารถนาเกี่ยวกับชีวิตที่ดีและสังคมที่ดีของพวกเขาได้
ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่หรือพันธกิจ ที่ผูกพันคนแต่ละคน แต่ละกลุ่ม แต่ละชั้นเข้ากับส่วนรวมทั้งหมด อาจเป็นแบบแผนที่สืบทอดกันต่อมา หรือเป็นผลของการรื้อมาต่อรอง ต่อสู้ เพื่อตกลงกันใหม่ว่า คน กลุ่ม สถานะและบทบาทที่ต่างกัน กับส่วนรวมทั้งหมด จะสัมพันธ์ยึดโยงอยู่รวมกันเป็นสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมการเมือง ด้วยหลักและการมีพันธกิจอย่างไรต่อกัน ที่จะช่วยให้คนหมู่นั้นบรรลุถึงเป้าหมายที่พึงปรารถนาเกี่ยวกับชีวิตที่ดีและสังคมที่ดีของพวกเขาได้
ในยามที่ไม่เป็นปัญหา สิทธิ หน้าที่และพันธกิจจะเหมือนเป็นแบบแผนที่สืบทอดกันมา แต่ครั้นมันถูกตั้งคำถามหรือถูกท้าทาย ก็จะเกิดการเคลื่อนไหวเพื่อหาทางเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเดิมเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่และพันธกิจ เพื่อทำความตกลงกันใหม่
ในความคิดการเมืองตะวันตก มีคำที่เกี่ยวข้องกับการทำความตกลงในการจัดการปกครองรัฐอยู่หลายคำ คำที่รู้จักกันแพร่หลายมากที่สุดในสมัยใหม่น่าจะได้แก่ Social Contract ที่บ่งนัยถึงการที่คนซึ่งเห็นคนเสมอกันมาทำสัญญาตกลงระหว่างกันเอง ที่แต่ละคนยอมโดยสมัครใจที่จะ “ผูกพันกับคนอื่นทุกคน แต่เขาจะเชื่อฟังเพียงตนเอง และยังมีเสรีอยู่เช่นเคย” ดังคำที่รุสโซกล่าวไว้ แต่คำมั่นสัญญาทางการปกครองอาจเกิดจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่ามอบลงมาให้แก่คนหรือเมืองที่อยู่ใต้บังคับในอาณัติว่าจะละเว้นจากการกระทำบางอย่าง เช่น การเก็บภาษี หรือเป็นการมอบสิทธิหรืออำนาจในบางด้าน เช่น สิทธิในการปกครองตนเอง สัญญาในลักษณะนี้เรียกว่า Charter
ก่อนที่คำว่า Social Contract จะใช้กันแพร่หลาย มีคำรุ่นเก่ากว่านั้นอีก 2 คำที่สื่อแสดงถึงการทำสัญญาระหว่างคนที่มารวมตัวกันเป็นชุมชนการเมืองโดยสมัครใจที่จะมีพันธกิจต่อกันเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกัน คำหนึ่งคือคำว่า Covenant อีกคำหนึ่งคือ Compact(D. Elazar, 1985)
ความต่างระหว่างคำทั้งสองนี้ในจุดสำคัญคือ แหล่งอ้างอิงในการทำสัญญา Covenant เป็นพันธสัญญาผูกพันที่มีพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือโลก ร่วมเป็นภาคี หรืออ้างอิงมาเป็นสักขีพยานหรือเป็นผู้ให้หลักประกันในพันธสัญญาทางการเมือง ในขณะที่การตกลงแบบ Compact จะมองข้อตกลงว่าเป็นเรื่องทางโลก ที่สร้างพันธะผูกมัดและผลผูกพันกันและกันในเชิงกฎหมาย แม้ข้อตกลงนั้นจะครอบคลุมเรื่องจริยธรรม แต่จริยธรรมหรือชุดคุณค่าที่รับนับถือในข้อตกลงแบบ Compact ก็ไม่ยกสูงขึ้นเป็นดังศีลธรรมอย่างที่ปรากฏในลักษณะพันธสัญญาของ Covenant ที่มีพระเจ้าเป็นภาคี
รัฐที่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรเก่าแก่ที่สุดของโลกยุคสมัยใหม่อย่างสหรัฐ ยังคงถือพันธสัญญาทางการเมืองแบบ Covenant คุณค่าและหลักการที่สหรัฐรับนับถือไว้ในพันธสัญญาที่เป็นปฐมกำเนิดของชาติ เช่น เสรีภาพ จึงมีสถานะทางศีลธรรม การอ้างอิงถึงเสรีภาพหรือการต่อสู้ในนามเสรีภาพของสหรัฐ จึงมิใช่เป็นเพียงเรื่องค่านิยมอุดมการณ์ แต่เป็นข้อเรียกร้องในเชิงศีลธรรม และเป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องเสรีภาพในฐานะศีลธรรมเป็นเป้าหมายอยู่ด้วย
การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของข้อตกลงผูกพันทางการเมืองเหล่านี้ไม่ว่าในขนบความคิดตะวันตกข้างต้น หรือแบบตะวันออก มีหลายรูปแบบ โดยมักมีพิธีเกี่ยวกับการให้สัญญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาจเป็นในรูปการตั้งสัตยาธิษฐานของผู้ครองอำนาจ หรือการให้สัตย์สาบาน หรือสัตย์ปฏิญาณของตัวแทนผู้รับมอบให้เข้าใช้อำนาจรัฐ แล้วแต่ว่ารัฐนั้นจะปกครองในรูปแบบใด
ในรัฐธรรมนูญไทยที่มีรัฐประเพณีเป็นมาต่างจากตะวันตก องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ รัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำหนดให้บุคคลหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอำนาจหน้าที่สูงสุดในราชการแผ่นดินแต่ละด้าน ต้องเข้าพิธีแสดงสัญญา ทั้งที่เป็นการถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์พระมหากษัตริย์ หรือการปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ต่อหน้าพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์
พระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณมีนัยสำคัญทางรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน ด้านหนึ่งเป็นโอกาสที่จะทรงใช้พระราชอำนาจตามนิติราชประเพณีพระราชทานข้อแนะนำคำเตือน และกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผ่านพระบรมราโชวาท และกล่าวได้ว่าหลักการที่ทรงเน้นย้ำโดยสม่ำเสมอในพระบรมราโชวาทเหล่านี้ รวมทั้งหลักการในคำปฏิญาณ มีสถานะเป็นกรอบทางศีลธรรมในการเมือง
พิธีเกี่ยวกับสัตย์ปฏิญาณดังกล่าวแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่า ชุมชนการเมืองไทยใช้พระมหากษัตริย์เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่เป็นองค์อธิปัตย์รับการปฏิญาณจากผู้เข้าใช้อำนาจรัฐว่าจะดำรงรักษาหลักธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ที่สำคัญได้แก่ การจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และการรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ความแตกต่างทางความคิดและความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมาจนถึงขณะนี้ รวมถึงการปฏิรูปในภายหน้า ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับและมีนัยกระทบต่อหลักธรรมในสัตย์ปฏิญาณ







