
ศาลนัดฟังคำสั่งคุ้มครองถอนพรก.31ม.ค.
ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพิกถอน พรก.ฉุกเฉิน 31ม.ค.เวลา 15.00น. หลัง"ถาวร-ถวิล"ขึ้นเบิกความ
ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพิกถอน พรก.ฉุกเฉิน 31ม.ค.เวลา 15.00น. หลัง"ถาวร-ถวิล"ขึ้นเบิกความ
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. เวลา 13.00น. ศาลแพ่งได้นัดเบิกไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังจากที่ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง กรณีนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศรส.เรื่องละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม และขอให้ศาลเปิดไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
ทั้งนี้ นายถาวร และ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ขึ้นเบิกความต่อศาล โดยภายหลังการเบิกความ ศาลได้นัดฟังคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินฯในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 15.00น.
สำหรับการเบิกความนั้น นายถาวร ได้ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อปกป้องตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทบสิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ถูกจำกัดทั้งการห้ามเข้าสถานที่ราชการ การห้ามสัญจรบนถนน 20 สาย ห้ามมีการชุมนุมเกินกว่า 5 คนขึ้นไป และที่สำคัญมีการยื่นขอออกหมายจับแกนนำ กปปส.ถึง 3 ครั้ง โดยหลังจากมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็เกิดความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการจับกุม
นอกจากนี้ยังได้วางแผนสลายการชุมนุมโดยอยู่ในขั้นตอนเตรียมการ มีการเจรจาขอคืนพื้นที่ทั้งที่สถานที่ชุมนุมก็มีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ และการนำกองร้อยปราบจลาจลกว่า 16,000 นาย เตรียมการใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุม ดังนั้นหากปล่อยให้มีการสลายการชุมนุมจะทำให้เกิดความเสียหายและทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตายได้
ด้าน นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เบิกความว่า จากการติดตามข่าวสารตลอดเวลา เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากความรุนแรง และไม่มีการใช้อาวุธ ซึ่งเป็นการชุมนุมโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีเหตุรุนแรงพอที่จะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นอกจากนี้มาตรการต่างๆ ที่ออกมาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลักไม่ได้มุ่งระงับเหตุภายนอก







