
195ผู้ทรงคุณวุฒิตั้งเครือข่ายหนุนปฏิรูป
195นักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตั้งเครือข่ายสนับสนุนการปฏิรูป "นพ.พลเดช"แนะเดินหน้าปฏิรูปประเทศ 4 เรื่องหลัก
195นักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตั้งเครือข่ายสนับสนุนการปฏิรูป "นพ.พลเดช"แนะเดินหน้าปฏิรูปประเทศ 4 เรื่องหลัก
เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่โรงแรมเดอะสุโกศล นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอาวุโส แถลงข่าวตั้งเครือข่าย “ผู้รับใช้การปฎิรูปประเทศไทยโดยสันติของประชาชนไทย" และจัดสัมมนา Restart ประเทศไทย โดยมีผู้ที่ร่วมลงชื่อกว่า 195 คน ประกอบด้วยนักวิชาการ อดีตข้าราชการ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม อาทิ ภญ.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต, เกริกไกร จีระแพทย์ อดีตรมว.พาณิชย์, คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระ ทรวงศึกษาธิการ, ศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นายนิวัติ กองเพียร นักเขียน, ม.รงว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรมว.คลัง, ศ.ระพี สาคริก นักวิชาการอาวุโส, ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมด้วย
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ความตั้งใจในการรวมตัวครั้งนี้ มาจากความต้องการ restart ประเทศไทย หลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านทุจริตคอร์รัปชัน การเมือง การปกครอง ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ระบบการศึกษาที่อ่อนแอ องค์กรสื่อสารมวลชนใช้เสรีภาพที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนสร้างความแตกแยก ในสภาพที่การเมืองต่างหมดความชอบธรรมที่จะนำพาการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม เครือข่ายนี้จะไม่พูดถึงว่าการเลือกตั้ง จะต้องเลื่อนหรือไม่ เพียงแต่เห็นพ้องกันเท่านั้นว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ควรใช้พลังในการปฏิรูปประเทศเท่านั้น
ทั้งนี้โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ปฏิรูปปรับปรุงโครงสร้าง ระบบและกฎหมายที่จำเป็น 2.ปฏิรูปโครงสร้างการเมือง การปกครองและระบบบริหารราชการแผ่นดิน 3.ปฏิรูปโครงสร้างและกระบวนการยุติธรรม 4.ปฏิรูปโครงสร้างเพื่อป้องกันการผูกขาด สร้างธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจ และ 5.ปฏิรูปสังคมเพื่อเสริมสร้างพลังพลเมืองที่เข้มแข็ง รวมถึงมีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ได้แก่ 1.เชื่อมโยงบุคคลลผู้มีจุดยืนการปฏิรูปชัดเจนและมีทุนทางสังคมสูง เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง 2.ร่วมประคับประคองประเทศในระยเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ 3.น้อมตัวเป็นผู้รับใช้ในการปฏิรูปประเทศ และ 4.สร้างเสริมเครือข่ายเฉพาะประเด็นและพื้นที่
“เป็นความตั้งใจของธีรยุทธ กับผู้ริเริ่มว่าเป็นผู้รับใช้ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหมายความว่าประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงไปทางไหนอะไรที่ช่วยรับใช้ได้ ก็ยินดีที่จะปวารณาตัวรับใช้จะเสริมสร้างเครือข่ายเฉพาะประเด็น และเฉพาะพื้นที่ ดำเนินการให้บรรลุผลและทะลุทะลวงเฝ้าระวังเป็นวอทช์ด็อกทั่วทั้งประเทศ เป็นพลังการเปลี่ยนแปลงที่มหาศาล”นพ.พลเดช กล่าว
นายธีรยุทธ กล่าวว่า ปัญหานักการเมืองไทยว่าปัจจุบันมีความโลภและใช้อำนาจแบบไม่จำกัดซึ่งจะนำประเทศไปสู่ความพินาศ เพราะฉะนั้นจึงขอเสนอให้ประชาชน ทบทวนรับฟังข่าวสารอย่างมีสติ เช่น ความขัดแย้งเรื่องการเลือกตั้ง2ก.พ.ซึ่งความแตกต่างในความคิด แต่ทั้งสองฝ่ายใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องทำร้ายกัน รวมทั้ง การดูถูกวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในภูมิภาค หรือคนเมืองกับคนชนบท ที่มีผู้หยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันมีความเท่าเทียมกันมากแล้ว ส่วนกระแสการปฎิรูป เป็นหน้าที่ทุกคน ร่วมกันสร้างสังคมเข้มแข็ง ภาคสังคม ภาคประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ในการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน เพราะเชื่อว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้านได้
“การทบทวนความรู้ ความเข้าใจข่าวสารอย่างปราศจากอคติจะช่วยลดความรุนแรงได้ แต่ประเทศไทยมีกรรม กระแสปฏิรูปหลัง 14 ต.ค. มี หลังพฤษภาทมิฬก็มี เพราะคนคิดว่าเป็นเรื่องง่าย มีกฎหมายแก้ได้ แต่ความจริงยาก เพราะต้องต่อสู้จนนำไปสู่การปฏิบัติ และทุกคนต้องเอาด้วย ส่วนที่คิดว่าชนชั้นนำแก้ปัญหาได้ต้องตัดทิ้ง ซึ่งต้องเปลี่ยนวิธีคิด ซึ่งจากล่างสู่บนถือว่าดีที่สุด เพราะต้องขยายไปต่างจังหวัดให้ทุกกลุ่มมากที่สุด เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง”นายธีรยุทธ กล่าว
ทั้งนี้ เครือข่ายผู้รับใช้การปฏิรูปประเทศโดยสันติของประชาชนไทย จะเดินสาย รับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจาก จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา และ จ.สงขลา เพื่อผลักดันข้อเสนอการปฏิรูปประเทศต่อไป







