
กรุงศรีฯปรับแคมเปญกระตุ้นรูดปรื๊ด
กรุงศรีฯ โหมแคมเปญช็อปออนไลน์กล่องสัญญาณทีวี กระตุ้นยอดรูดปรี๊ด ชดเชยห้างสรรพสินค้าวูบหนัก
กรุงศรีฯ โหมแคมเปญช็อปออนไลน์กล่องสัญญาณทีวี กระตุ้นยอดรูดปรี๊ด ชดเชยห้างสรรพสินค้าวูบหนัก
นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส หรือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้สายงานธุรกิจบัตรเครดิตของบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยจะหันไปจัดสรรงบประมาณการตลาดในหมวดการใช้จ่ายที่ยังเติบโตได้สูง เพื่อชดเชยการใช้จ่ายในหมวดห้างสรรพสินค้าที่ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ ผลจากภาวะทางการเมืองที่ไม่ปกติส่งผลกระทบกับยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
“ภาพการใช้จ่ายในตลาดบัตรเครดิตเดือน ม.ค.ยังคงซึมอยู่ โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า แต่มีบางหมวดที่กลับโตได้ดี เช่น น้ำมัน ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร ในทีมจึงมีการคุยกันว่าเราจะปรับกลยุทธ์ไปโหมแคมเปญในหมวดที่มีโอกาส เพื่อให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปีนี้ยังโตได้ตามเป้าที่ 3.1-3.2 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา” นายฐากร กล่าว
สำหรับหมวดที่บริษัทมองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้สูงและจะเข้าไปโหมแคมเปญในปีนี้ คือ การช็อปปิ้งออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ ที่ปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 7-8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในปีนี้มีโอกาสจะขยายตัวได้ถึง 60%
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะรุกเข้าไปทำแคมเปญผ่อนชำระในธุรกิจกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี เพราะเชื่อว่าจะเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงในตลาด นอกเหนือไปจากการทำแคมเปญในหมวดใช้จ่ายหลักอื่น เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และการชำระเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิต
“กล่องรับสัญญาณที่รองรับทีวีดิจิตอลได้น่าจะมีโอกาสเติบโตสูงในปีนี้ แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลจะเคยพูดถึงวิธีการแจกคูปอง แต่เราก็ยังเชื่อว่าคนที่อยากเปลี่ยนเลยโดยไม่ต้องรอก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งตอนนี้เริ่มพูดคุยกับร้านค้า ผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์ไปบ้างแล้ว” นายฐากร กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) ได้ให้สัมภาษณ์การปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากชาวนาไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว และเศรษฐกิจชะลอตัวลงแรงทำให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น
บริษัท ซิงเกอร์ฯ ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับเดียวกับปี 2556 ที่ทำได้ 10% มากกว่าจะสนใจเรื่องรายได้ที่ลดลงในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวและสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อเกินกว่าที่คาดไว้
นอกจากนั้น บริษัทยังใช้กลยุทธ์ ทุ่มงบโฆษณาเพื่อลงสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ โดยตั้งงบไว้ทั้งหมด 60 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีแรกจากปกติบริษัทจะทำเฉพาะงบโปรโมชั่นภายในบริษัทปีละ 140 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายจากพนักงาน
รวมถึงการเน้นเจาะตลาดสินค้าช่วยสร้างอาชีพได้ เช่นตู้แช่เพื่อควบคุมหนี้เสียเนื่องจากลูกค้าจะมีความสามารถในการจ่ายค่างวดได้ พร้อมลดค่างวดลงเหลือเฉลี่ย 1,700 บาทต่อเดือน จากเดิมอยู่ที่ 2,800 บาทต่อเดือน
นายบุญยง กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 5% สำหรับสินค้าที่เป็นที่นิยมมากและเพิ่มดอกเบี้ยในการซื้อสินค้าทุกชนิดจาก 1.8% เป็น 2% ของค่างวดทุกเดือน ขณะเดียวกันได้ขยายเวลาการจ่ายค่างวดสินค้าจาก 18 เดือน เป็น 24 เดือน







