
จริงใจหน่อย
นับตั้งแต่ สีจิ้นผิง ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีของจีน สงครามต่อต้านคอร์รัปชั่นก็กลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกยกขึ้นมาชูความเป็นผู้นำของประมุขประเทศ เห็นได้จากข้าราชการระดับสูงหลายโหลถูกส่งเข้าคุกในข้อหาคอร์รัปชั่น
นับตั้งแต่ สีจิ้นผิง ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีของจีน สงครามต่อต้านคอร์รัปชั่นก็กลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกยกขึ้นมาชูความเป็นผู้นำของประมุขประเทศ เห็นได้จากข้าราชการระดับสูงหลายโหลถูกส่งเข้าคุกในข้อหาคอร์รัปชั่น
แม้จะเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาประเทศ แต่บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียล ไทมส์ เสนอว่า ยังมีความแคลงใจว่ารัฐบาลจีนจริงใจแค่ไหนในการผลักดันนโยบายนี้ หลังจากเกิด 2 เหตุการณ์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นขึ้น
เรื่องแรก คือ การจับกุม ซูซีหยาง นักสิทธิมนุษยชน ข้อหาก่อความไม่สงบ หลังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎเรื่องการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินแก่สาธารณะซึ่งน่าจะสอดคล้องกับการแสดงความโปร่งใสในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชั่น
อีกเรื่องเป็นรายงานจากเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ไอซีไอเจ) ซึ่งเปิดเผยว่า สมาชิกในครอบครัวของนักการเมืองและผู้นำทหารระดับสูงของจีนใช้บริษัทนอกประเทศบนเกาะบริติช เวอร์จิน เพื่อรักษาความมั่งคั่งและเลี่ยงภาษี
เนื่องจากคอร์รัปชั่นถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทำให้รัฐบาลต้องแสดงท่าทีออกมากวาดล้างปัญหานี้เพื่อต่ออายุตนเอง หวังลดความกดดันแก่ประชาชนที่ไม่พอใจการแสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าของบรรดาผู้นำประเทศ ซึ่งจะช่วยป้องกันการลุกฮือขึ้นมาประท้วงต่อต้านจากพลเมือง
ทั้งนี้ ไอซีไอเจ แนะว่า สถาบันการเงินของชาติตะวันตกไม่ควรซ้ำเติมปัญหาคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น ด้วยการช่วยเหลือในการทำธุรกรรมการเงินจากเม็ดเงินที่มีที่มาผิดกฎหมายหรือไม่โปร่งใส เพียงแต่ว่า กล้าพอไหม!







