posttoday
จับตามอง...ดุลบัญชีเดินสะพัดไทย

จับตามอง...ดุลบัญชีเดินสะพัดไทย

24 มกราคม 2557

ฉบับที่แล้วได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่องข้อกังวลในเรื่องดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่กำลังเป็นที่จับตาของตลาดเงิน ตลาดทุน

ฉบับที่แล้วได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่องข้อกังวลในเรื่องดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่กำลังเป็นที่จับตาของตลาดเงิน ตลาดทุน

มีคำถามว่า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างไรจึงอันตราย

ในทางทฤษฎีไม่มีเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุชัดเจนว่า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่จะก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจได้นั้นจะต้องอยู่ที่ระดับใดและขาดดุลต่อเนื่องนานเพียงใด

ตัวอย่างเช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ร้อยละ 4.55 ต่อ GDP นานนับทศวรรษได้โดยที่ไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

คำถามประการสำคัญคือ ปัจจัยใดที่ผลักดันให้ประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

จากงานศึกษาเชิงประจักษ์ พบว่ามีปัจจัยดังนี้

1.อุปสงค์ในประเทศร้อนแรงจนเกินไป การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแสดงการมีรายจ่ายสุทธิในการซื้อสินค้าและบริการจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเกิดจากการบริโภคและการลงทุนที่มากเกินความจำเป็นสะท้อนอุปสงค์ที่ขยายตัวสูงกว่าศักยภาพเศรษฐกิจจริงและเป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่ร้อนแรงจนเกินไปหรือมีฟองสบู่ นำไปสู่การหดตัวของเศรษฐกิจได้

2.ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกิดจากการส่งออกที่อ่อนแอ หรือการนำเข้าสินค้าที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิตเป็นมูลค่าสูง สะท้อนศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศที่แย่ลง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงโดยเฉพาะการผลิตและการจ้างงาน

3.ความสามารถในการชำระเงินและความน่าเชื่อถือของประเทศ ตลาดมักจับตามองว่าดุลบัญชีเดินสะพัดสะท้อนรายได้เข้าประเทศและความสามารถในการชำระเงินคืน หากประเทศมีฐานะแย่ลงจนตลาดสูญเสียความเชื่อมั่นต่อความสามารถชำระเงินคืน อาจทำให้ประเทศไม่สามารถขอกู้ยืมต่อ หรือผู้เข้ามาลงทุนเดิมอาจถอนเงินกลับประเทศ

4.อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าจนเกินไป ในทางทฤษฎีแล้วอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นตัวปรับดุลบัญชีเดินสะพัดให้กลับสู่สมดุลโดยอัตโนมัติ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะสะท้อนต้นทุนการนำเข้าที่ต่ำเกินไปและอัตราแลกเปลี่ยนจะต้องอ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี ในบางครั้งอัตราแลกเปลี่ยนอาจปรับตัวได้ช้าเกินไป เนื่องจากถูกแทรกแซงหรือมีการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกโจมตีสกุลเงินและทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนจนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจได้

คำถามประการต่อมาคือ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยน่ากังวลเพียงใด

จากงานศึกษาเชิงประจักษ์ เมื่อพิจารณาการขาดดุลของไทยในระยะหลัง ยังพบว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในช่วงหลังยังไม่น่ากังวลเนื่องจาก

(1) การขาดดุลในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยพิเศษ ได้แก่ พฤติกรรมการลงทุนในทองคำที่มากขึ้น และการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ซึ่งสูงกว่าปกติจากผลของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังอุทกภัยและผลจากมาตรการรถยนต์คันแรก โดยปัจจัยเหล่านี้มิได้สะท้อนว่าความสามารถในการหารายได้ของไทยในระยะยาวลดลง

อีกทั้งการขาดดุลจากปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะมีผลน้อยลงเมื่อเทียบกับในปี 2556 ส่วนการส่งออกของไทยจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป ขณะที่การลงทุนของภาครัฐจะส่งผลดีต่อภาคส่งออกในอนาคตผ่านการยกระดับประสิทธิภาพระบบขนส่ง ช่วยเสริมความสามารถในการหารายได้เข้าประเทศในอนาคต

(2) เสถียรภาพต่างประเทศของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดีและรองรับการไหลออกของเงินทุนได้โดยระดับหนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำและปริมาณเงินทุนสำรองค่อนข้างสูง อีกทั้งเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว ส่งผลให้้นักลงทุนยังเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยและมีโอกาสต่ำที่จะเกิดปรากฏการณ์เงินทุนไหลออกฉับพลัน (Sudden Stop)

(3) ปัจจุบันไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ซึ่งสามารถปรับตัวได้ตามกลไกตลาดและเป็นตัวช่วยปรับบัญชีเดินสะพัดอัตโนมัติ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากในอดีตที่อัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ไม่สามารถปรับสมดุลของบัญชีเดินสะพัดได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรจับตามองในระยะต่อไปคือ การส่งออก ซึ่งสะท้อนความสามารถในการหารายได้ของไทย ในอนาคตคาดว่าการส่งออกมีแนวโน้มจะขยายตัวในระดับต่ำกว่าอดีตจากศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดโลกและข้อจำกัดด้านอุปทานของสินค้าไทยที่เริ่มอ่อนแอลง

ขณะที่การนำเข้ามีแนวโน้มขยายตัวสูงจากโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทำให้ดุลการค้าจะยังไม่สามารถชดเชยการขาดดุลของดุลบริการ รายได้และเงินโอนได้ในระยะสั้น

ทั้งนี้ บัญชีเดินสะพัดจะสามารถกลับมาเกินดุลได้หรือไม่ นับเป็นความท้าทายของไทยในระยะต่อไป

โดยปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้ดุลบัญชีเดินสะพัดปรับดีขึ้นได้คือ การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน