
2มุมมองบึ้มอนุเสาวรีย์ชัยฯ
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
ที่เกิดเหตุเป็นด้านในหลังเวทีชุมนุม มีการรักษาความปลอดภัยอย่างดี คนร้ายแต่งกายที่มีสัญลักษณ์เช่นเดียวกับผู้ชุมนุม นายถาวรก็ให้ข้อมูลว่า หากเป็นคนทั่วไปที่น่าสงสัยจะถูกกันออกไปจากพื้นที่
คนร้ายมีความชำนาญเรื่องดังกล่าวอย่างดี รู้การเคลื่อนไหวและรู้สภาพพื้นที่เป็นอย่างดี จนมั่นใจว่าจะสามารถสกัดกั้น โต้ตอบ หลบหนีอย่างปลอดภัย และการหนีได้อย่างปลอดภัยแสดงว่ามีการฝึกฝนมาอย่างดี นอกจากมีความสามารถแล้วต้องมีความพร้อมด้านกายและจิตใจ โดยสอบพยานได้ให้การว่า หลังขว้างระเบิดลูกแรกได้หลบหนีไปทางหลังเวที ระหว่างหนีมีการโต้ตอบอย่างมืออาชีพ ทั้งขว้างระเบิดและการยิงสกัดได้อย่างแม่นยำ จึงไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป เพราะแม้แต่ตำรวจหรือทหารที่ไม่ได้ฝึกฝนมาก็ไม่สามารถก่อเหตุได้
ด้านการดูแลความปลอดภัย ได้ประสานกับนายถาวร จัดแผนจราจรและรักษาความปลอดภัย โดยการ์ด กปปส.และตำรวจนอกเครื่องแบบจะประสานการปฏิบัติร่วมกัน ส่วนคนร้ายนั้นเบื้องต้นที่บรรทัดทองคาดว่าน่าจะมี 2 คน ส่วนที่อนุสาวรีย์ชัยฯ น่าจะมีมากกว่า 2 คน คาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกัน
ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.
หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงและใช้ระเบิดกับผู้ชุมนุมแล้ว ต่อไปกลัวว่าจะใช้อาร์พีจี สำหรับคนร้ายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดที่ขว้างระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อยู่ในกลุ่มลูกน้องพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง แต่อย่าเพิ่งฟันธงว่าเป็นคนไหน
ระเบิดที่ใช้ก็เป็นชนิดเดียวกับที่ถนนบรรทัดทอง และที่ตำรวจจับกุมได้ในพื้นที่ สน.บางนา ซึ่งเป็นระเบิดแบบเดียวกับที่เคยใช้เมื่อปี 2553
กปปส.จะมีการเข้มงวดในมาตรการการรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยิ่งขึ้น โดยประชุมร่วมกับตำรวจในพื้นที่ 3 สถานี คือ สน.ดินแดง สน.พญาไท และ สน.บางซื่อ ซึ่งจะขอความร่วมมือกับตำรวจ 3 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การตั้งด่านตรวจของตำรวจ ทาง กปปส.ต้องการให้ตำรวจในพื้นที่ 3 สน.เท่านั้น เนื่องจากตำรวจในพื้นที่จะรู้เส้นทางถนนและสถานที่ต่างๆ ได้ดีกว่าตำรวจนอกพื้นที่ควบคุม 2.รอบพื้นที่การชุมนุมให้มีตำรวจในเครื่องแบบคอยตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง และ 3.กรณีตำรวจนอกเครื่องแบบที่ไม่พกอาวุธให้มีการคุมเข้มในการตรวจสอบมากกว่าเดิม
นายถาวร กล่าวว่า ต้องขอบคุณ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความร่วมมือในการเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจะเร่งดำเนินคดีเอาผิดคนร้าย ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่าระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกับที่เกิดเหตุที่บรรทัดทอง เป็นชนิดเดียวกับเหตุการณ์ที่ นปช.ใช้เมื่อปี 2553 จึงมั่นใจว่า นักการเมืองมีส่วนรู้เห็นในครั้งนี้







