
กู้ออมสิน-กรุงไทยจ่ายข้าว
ยรรยงชมเปาะ2แบงก์ผู้บริหารใจถึงบอร์ดธกส.เลื่อนประชุมเจอรุมต่อต้าน
ยรรยงชมเปาะ2แบงก์ผู้บริหารใจถึงบอร์ดธกส.เลื่อนประชุมเจอรุมต่อต้าน
บอร์ด ธ.ก.ส.กระเจิง หลังเจอรุมต้านห้ามนำเงินของธนาคารมาช่วยในโครงการรับจำนำข้าว
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. สหภาพแรงงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้นัดกันแต่งชุดดำเพื่อประท้วงไม่ให้ผู้บริหารธนาคารนำเงินของธนาคารไปให้รัฐบาลใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณาขอมติที่ประชุมคณะกรรมการให้นำเงิน 5.5 หมื่นล้านบาทมาช่วย รวมทั้งมาตรการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ก็ได้ยกขบวนมากดดันผู้บริหารที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และ ธ.ก.ส. จนทำให้บอร์ด ธ.ก.ส.ต้องเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากกรรมการเดินทางมาไม่ครบองค์ประชุม
นายสุวิทย์ ตรีรัตน์ศิริกุล รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธนาคารเหลือเงินเพียง 1,000 ล้านบาท สำหรับจ่ายให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว หลังจากนี้ต้องรอผลการหารือของกระทรวงการคลังและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะสามารถดำเนินการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท เพื่อมาใช้ในโครงการดังกล่าวได้หรือไม่
“ระหว่างนี้เงินที่นำมาใช้จ่ายให้กับเกษตรกรเป็นเงินที่มาจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ และอีกส่วนหนึ่งมาจากการกู้เงินของกระทรวงการคลังที่ยังไม่มีความชัดเจน โดยขณะนี้มีเกษตรกรตกค้างรอรับเงินกว่า 1.1 ล้านราย คิดเป็นวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท” นายสุวิทย์ กล่าว
ทางด้านนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า เมื่อเอาเงินจาก ธ.ก.ส.ก็ไม่ได้ ก็ต้องไปขอธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยที่ผู้บริหารใจถึงกว่าเยอะ ถ้ากรุงไทยให้กู้จะขอให้ชาวนาโอนบัญชีไปกรุงไทย
ทั้งนี้ ที่พยายามกู้เงินจากธนาคารรัฐเพราะคุยเรื่องดอกเบี้ยกันได้ แต่ทั้งหมดนี้จะทำก็ต่อเมื่อ กกต.อนุญาต แต่ถ้า กกต.ไม่ให้ยืมก็ต้องดูว่า กกต.เล่นการเมืองหรือไม่
“อยากฝากถึงสหภาพธนาคารออมสินและสหภาพธนาคารกรุงไทย ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้บริการฟรีและในยามที่สังคมเดือดร้อน ขอให้ดูความเหมาะสมและคิดให้รอบคอบถึงบทบาทของรัฐวิสาหกิจ ส่วนสหภาพแรงงาน ธ.ก.ส.เข้ามายุ่งเกี่ยวอะไรในโครงการรับจำนำข้าว เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล” นายยรรยง กล่าว
นายยรรยง กล่าวถึง กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งข้อกล่าวหาการทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า ป.ป.ช.รับฟังข้อมูลจากฝ่ายผู้ที่กล่าวหา พ่อค้าข้าวรายเดิม และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์บางคนเท่านั้น และมีมติกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง
“ข้อมูลที่ป.ป.ช.ได้รับเป็นข้อมูลของฝ่ายผู้กล่าวหา คือ หมอวรงค์ ที่ส่งหลักฐานให้ป.ป.ช.หรือพ่อค้าส่งออกข้าวเดิม ซึ่งเขาฝังใจว่า แต่เดิมเขาเข้าใจว่าบทบาทการขายข้าวเป็นของเอกชน ซึ่งสมัยก่อนการขายข้าวจีทูจีมีน้อยมาก เพราะเป็นบทบาทของเอกชน แต่ตอนนี้ไทยมีการขายข้าวจีทูจีเป็นหลัก และจีทูจีสมัยปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเยอะ”นายยรรยงระบุ
นายยรรยง กล่าวว่า แต่เดิมการขายข้าวจีทูจีให้จีนจะต้องผ่านคอปโก ซึ่งกำกับดูแลการส่งออกและนำเข้าข้าวและธัญพืชอื่นๆของจีน ต่อมาเมื่อจีนมีการกระจายอำนาจไปให้รัฐบาลมณฑล ซึ่งรวมถึงการซื้อข้าวด้วย เมื่อรัฐวิสาหกิจจีนที่อยู่ในมณฑลต่างๆมาขอซื้อข้าวจากไทย ซึ่งไทยก็ขายให้ และไม่ใช่ภารกิจกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องไปเช็คประวัติ
นายยรรยง กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่เคยเรียกระทรวงพาณิชย์เข้าไปชี้แจงกรณีการขายข้าวจีทูจีเลยที่เปลี่ยนรูปแบบไป แต่ได้เรียกอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์เข้าไปชี้แจง ซึ่งอดีตปลัดกระทรวงเหล่านี้ก็รู้แต่เรื่องในอดีต ต่างจากขณะนี้ที่จีนเป็นสมาชิก WTO มีการเปิดเสรีมากขึ้น และมีรัฐวิสาหกิจในมณฑลที่ทำหน้าที่มาซื้อขายข้าว







