
เพื่อไทยไม่ยอมกกต.กรุทุ้งเลือกตั้ง 2 ก.พ.
พรรคเพื่อไทยเดินหน้ากดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป โดยวันที่ 12 ม.ค. พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามเดิม
พรรคเพื่อไทยเดินหน้ากดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป โดยวันที่ 12 ม.ค. พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามเดิม
“การที่ กกต.เสนอให้กำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 4 พ.ค. เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 เมื่อมีการยุบสภาจะต้องเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเพียงครั้งเดียว ดังนั้น กกต.ไม่ควรอ้างคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ให้มาตีความ โดยหาก กกต.ไม่ดำเนินการ จะใช้สิทธิร้อง เอาผิด กกต.โดยเฉพาะ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” พร้อมพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ขอให้ กกต.ประกาศรับผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย 29 คนใน 8 จังหวัดภาคใต้ ที่ถูกขัดขวางการรับสมัครให้เป็นผู้สมัครด้วย เพราะศาลฎีกามีคำสั่งแล้วว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจ กกต. ไม่ได้พูดถึงรัฐบาล ดังนั้น กกต.ไม่ควรโยนภาระไปยังรัฐบาลและคณะกรรมการกฤษฎีกา
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ยืนยันจะรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายที่อยู่บนเหตุผลและฐานกฎหมายรองรับ และจะขอถาม กกต.ใน 2 เรื่องว่า คือ 1.หากจะให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป จะใช้กฎหมายข้อใดมารองรับ และ 2.เหตุผลของการเลื่อนคืออะไร ถ้าบอกว่าเลื่อนเพราะกลัวว่าจะเกิดความไม่สงบเรียบร้อยแล้ว กกต.จะแน่ใจได้อย่างไรว่าหากเลื่อนไปวันที่ 4 พ.ค. แล้วสถานการณ์จะเรียบร้อย หรือ กกต.ไปดูดวงจากหมออีทีมาแล้ว
“ถ้า กกต.ทั้ง 5 คน ตอบคำถามสองประเด็นนี้ได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมจะรับพิจารณา” จารุพงศ์ ระบุ
ขณะที่ สาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในวันที่ 14 ม.ค. จะไปยื่นหนังสือให้ กกต.ดำเนินคดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กรณีใช้งบประมาณสัมมนาแจกจ่ายทรัพย์สิน ใช้พัสดุ เบิกค่าใช้จ่าย ใช้เครื่องมือรัฐ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการได้และแจกเงินให้ตำรวจ
นอกจากนี้ ยังได้รับข่าวจากข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ว่า มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากผิดปกติ โดยเมื่อคำนวณกระดาษแล้วมีการทำบัตรเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อถึง 68 ล้านใบ ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีเพียง 48 ล้านคน ซึ่งถือว่ามากผิดปกติ
ด้าน ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุมด่วนของ กกต.ทั้ง 5 คน วานนี้ ว่า กกต. ได้ลงนามในหนังสือเสนอให้รัฐบาลพิจารณาออกพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งใหม่ โดยให้มีการปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม พร้อมยกเหตุผลสำคัญ 6 ประการ โดยจะส่งหนังสือถึงรัฐบาลอย่างเร็วที่สุด
ภุชงค์ กล่าวอีกว่า แม้ว่า กกต.จะมีหนังสือถึงรัฐบาลให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป แต่ขณะนี้กฤษฎีกาที่ให้มีการจัดการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. ยังมีอยู่ กกต. จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ โดยทาง กกต. ได้ทำหนังสือถึง กกต.จังหวัดให้เตรียมพร้อมกับการเลือกตั้ง
“หากส่งหนังสือเลื่อนวันเลือกตั้งไปยังรัฐบาลแล้ว ถ้ารัฐบาลเห็นด้วยก็ถือว่าตกลง แต่ถ้าไม่เห็นด้วย กกต. ก็ต้องเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป โดยวันที่ 13 ม.ค. ที่จะมีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรนั้น ก็จะต้องเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป เพราะต้องทำตามกฎหมาย เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาเดิมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าเกิดมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะต้องหยุด แต่ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ต้องเดินหน้าเลือกตั้งให้ถึงวันที่ 2 ก.พ. ยอมรับว่าหนักใจกับเรื่องนี้มาก” ภุชงค์ กล่าว
สำหรับสถานที่การทำงานของ กกต. หลังกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ปิดถนนแจ้งวัฒนะ นั้น ภุชงค์ ระบุว่า กกต.จะกระจายกันทำงาน โดยจะย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และ จ.ชลบุรี
สมชัย จึงประเสริฐ อดีต กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ชุดที่ผ่านมาให้ความเห็นว่า การเลื่อนเลือกตั้งนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.โดยตรง และเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ได้แล้ว ก็เป็นหน้าที่ กกต.ที่จะต้องทำร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ ส่งไปให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถจะทำเป็นอื่นได้ต้องดำเนินการตามที่ กกต.เสนอโดยรัฐบาลเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ทางธุรการเท่านั้น
สมชัย กล่าวอีกว่า กกต.จะโยนหน้าที่การจัดการเลือกตั้งไปให้รัฐบาลไม่ได้ เพราะร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งครั้งนั้น กกต.ก็เป็นผู้กำหนดและเสนอไปให้รัฐบาล เพื่อให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการเสนอทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ เป็นเพียงแค่ไปรษณีย์
“กกต.ต้องเป็นผู้เชิญทุกพรรคการเมืองมาประชุมและบอกถึงสาเหตุที่ไม่สามารถที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ได้ และมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดยขอความร่วมมือกับทุกพรรคในการประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้มติที่ประชุมนำมาเป็นรายงานได้ เพราะถ้ามีการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป กกต.ควรที่จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ที่เหมาะสม ว่าควรจะให้มีการเลือกวันไหนอย่างไร แต่เมื่อถึงวันเวลาดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ ก็เรียกประชุมใหม่ได้ ซึ่งก็เป็นกระบวนการตามขั้นตอน ไม่ใช่ทำไม่ได้” สมชัย กล่าว







