
ศอ.รส.เชิญกก.สิทธิ- ป.ป.ช.สังเกตการณ์คุมม็อบ
ศอ.รส.ออกประกาศ มีคำสั่ง ตำรวจคุมฝูงชนไร้อาวุธเด็ดขาด จัดชุดกำลังป้องจนท.จากมือที่ 3 เผยร่อนจดหมายเชิญ กรรมการสิทธิ- ป.ป.ช.-โคทม สังเกตการณ์คุมม็อบ
ศอ.รส.ออกประกาศ มีคำสั่ง ตำรวจคุมฝูงชนไร้อาวุธเด็ดขาด จัดชุดกำลังป้องจนท.จากมือที่ 3 เผยร่อนจดหมายเชิญ กรรมการสิทธิ- ป.ป.ช.-โคทม สังเกตการณ์คุมม็อบ
เวลา 16.30 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกศอ.รส. แถลงว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมขัดขวางการรับสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ที่ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม จนได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิตทั้งตำรวจและประชาชน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ ผอ.ศอ.รส. จึงมีวิทยุสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศอ.รส.).31/016 ลงวันที่ 11 มกราคม สั่งการให้หน่วยปฏิบัติ ดังนี้
“1. ไม่อนุญาตให้กองร้อยควบคุมฝูงชน พกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาด 2. ให้หน่วยจัดอุปกรณ์สนับสนุน คุ้มครองความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกองร้อยควบคุมฝูงชน เช่น เสื้อเกราะกันกระสุน ให้เพียงพอตามภารกิจ3.การใช้กำลังให้เป็นไปตามขั้นตอน ตามหลักสากล ตามความจำเป็น เหมาะสม โปร่งใส4.เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ให้ใช้ความอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดเหตุการณ์บานปลายตามมา ให้คำนึงว่าพี่น้องประชาชนทุกคนคือคนไทย 5. การคุ้มครองป้องกันกำลังพลให้มีการจัดชุดป้องกัน และเผชิญเหตุ กองร้อยละ 8 นาย โดยออกคำสั่งมอบหมายภารกิจให้ชัดเจน และให้มีการฝึกซ้อมการปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะและความชำนาญซึ่งชุดที่เป็นกำลังที่แยกออมาจากคฝ. สามารถป้องกันเหตุได้ตามสมควร ในกรอบของกฎหมาย ชุดนี้ไม่ได้เผชิญหน้ากับผู้ชุมุนมที่มาชุมนุมโดยสงบแต่กรรีที่มือที่ 3 แอบแฝงเข้ามาใช้ความรุนแรงชุดนี้จะทำหน้าที่ป้องกันคฝ.ที่ไม่มีอาวุธ สำหรับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมฝูงชน ในการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจ/ด่านตรวจ และสายตรวจเคลื่อนที่ ให้ดำเนินการได้ตามความจำเป็นของสถานการณ์และในกรอบของกฎหมาย รวมทั้งกรณีการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อาญา มาตรา 68 ทั้งนี้ ศอ.รส. อาจพิจารณาจัดกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษหรือชุดระวังป้องกันและตอบโต้สถานการณ์เข้าสนับสนุนการปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองระวังป้องกันให้กับกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนตามความจำเป็นของสถานการณ์ด้วย”รองโฆษก ศอ.รส. กล่าว
พล.ต.ต.อนุชากล่าวด้วยว่า วันนี้ศอ.รส.ได้ทำหนังสือไปยังประธานกรรมการสิทธินุษยชน ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)และ นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล เพื่อมให้ส่งตัวทืนเข้าสังเกตุการณ์ ในทุกจุดปฏิบัติการของศอ.รส. เพื่อให้ได้เห็นความจริงในสถานการณ์จริง ทั้งนี้แม้ที่ผ่านมาจะเคยทำหนังสือในลักษณะนี้ไปแล้วแต่หน่วยงานเหล่านี้จะปฏิเสธการเข้าร่วมสังเกตุการณ์ การทำงานของศอ.รส. ก็ไม่เป็นไร แต่ศอ.รส.ถือว่าได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ที่ต้องการให้หน่วยงานเหล่านี้มาดูการทำงานจริงๆ
รองโฆษกศอ.รส. กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าการชุมนุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นไปโดยสงบ ตามที่แกนนำผู้ชุมนุมประกาศไว้ แต่การข่าวก้ยังพบว่ามีกลุ่มที่ยังพยายามสร้างสถานการณ์ รุนแรงแทรกซ้อนเสมอ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ศอ.รส.ก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจมีความรุนแรงบ้าง ทั้งนี้คาดว่าการชุมนุมครั้งนี้จะยืดเยื้อ โดยคาดว่าจำนวนผุ้ชุมนุมในวันที่ 13 มกราคม จะใกล้เคียงกับจำนวนผู้ชมุนุมในวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา







