
ความรู้จักพอ
เสาร์วันเด็กเพิ่งผ่านไป หลายครอบครัวก็มักจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวและให้ของขวัญ อย่างไรก็ตาม เด็กแต่ละคนก็ได้ของขวัญที่แตกต่างกันไป ความจริงแล้วเด็กจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคต สังคมไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมที่เราปลูกฝังไว้กับชนรุ่นต่อไป
เสาร์วันเด็กเพิ่งผ่านไป หลายครอบครัวก็มักจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวและให้ของขวัญ อย่างไรก็ตาม เด็กแต่ละคนก็ได้ของขวัญที่แตกต่างกันไป ความจริงแล้วเด็กจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคต สังคมไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมที่เราปลูกฝังไว้กับชนรุ่นต่อไป
ปัจจุบันการแข่งขันกันทางวัตถุนับว่ามีความสำคัญ คนส่วนใหญ่จึงเน้นปลูกฝังวิชาการ และความสามารถพิเศษต่างๆ แต่คุณธรรมหนึ่งที่นับว่าสำคัญยิ่งและควรปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ก็คือ “ความพอ” ไม่ว่าจะเรียกว่า “ความพอเพียง” “ความพอใจในสิ่งที่ตนมีตนได้” หรือที่เรียกภาษาธรรมะว่า “ความสันโดษ”
ในชีวิตของคนเรานั้น ความจริงแล้วไม่มีใครแม้แต่คู่แฝดที่จะได้อะไรๆเหมือนกันไปหมด นั่นเป็นเพราะวิบากกรรมที่สั่งสมมาและความพยายามต่างกัน แม้แต่ พระพุทธเจ้า ถึงจะตรัสรู้อริยสัจ 4 เหมือนกัน แต่ก็จะมีลักษณะของบริวารพุทธบริษัท ความสุขสบาย และอายุที่ต่างกัน
ความจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้เด็กๆ เกิดความเข้าใจ บางคนคิดว่า ความสันโดษ หรือความรู้จักพอ รู้จักพอใจตามมีตามได้ เป็นทางแห่งความหายนะ เพราะจะทำให้คนขี้เกียจ หรือไม่ทะเยอทะยาน ไม่พัฒนา นั่นเพราะเขาไม่เข้าใจ
ความสันโดษเป็นสิ่งที่ดียิ่งและเป็นมงคลสูงสุดอย่างหนึ่งใน มงคล 38 ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงรับรอง ความสันโดษคือ ความไม่โลภ ความพอใจ ภาษาบาลีใช้คำว่า “สันตุฏฐี” แปลว่า ความยินดี มี 3 อย่าง คือ
1.ยถาลาภสันโดษ หมายถึง ยินดีตามที่ได้มา ตัวอย่างเช่น เราจับสลากได้ของอย่างหนึ่งมา แม้จะไม่ใช่ของดีมีราคา เราก็ยินดีพอใจ เฉพาะของนั้น ไม่ไปยินดีพอใจในของที่ผู้อื่นเขาจับได้ อย่างนี้เรียกว่า สันโดษตามที่ได้ คือในลาภของเรา ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่เราได้มาโดยถูกต้อง คนที่ไม่มียถาลาภสันโดษย่อมอิจฉาในลาภของผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกิเลสอื่นๆ อีกมากมาย และก่อให้เกิดความไม่สงบสุขในสังคม
2.ยถาพลสันโดษ หมายถึง ยินดีตามกำลัง
ตัวอย่างเช่น คนป่วยมีกำลังน้อย ต้องรับประทานอาหารอ่อนๆ เบาๆ เมื่อมีคนเอาอาหารดีๆ มาเยี่ยม แม้จะรู้ว่าเป็นของดี มีรสอร่อย ก็ไม่รับประทาน ในเมื่อของนั้นไม่สมควรแก่คนป่วย อย่างนี้ชื่อว่าสันโดษตามกำลังของตน เป็นต้น คนบางคนไม่ประมาณ รู้ว่าของหลายอย่างทำให้ป่วยหรือมีโทษ แต่ก็ตามใจกิเลส จนสุดท้ายพาตัวให้โรคกำเริบถึงตายก็มี บางคนก็ทำงานเกินกำลัง ทำทั้งนอกเวลา ในเวลาไม่พักผ่อน ทำเพื่อหวังแต่เงินเกินพอดี ความโลภทำให้เกิดความเสียหายมากมายได้
3.ยถาสารุปปสันโดษ หมายถึง ยินดีตามสมควร
ตัวอย่างเช่น เราเป็นคนจน ได้ของบางอย่างที่เกินฐานะของตนก็ไม่ต้องการ หรือเราทำความดีความชอบช่วยเหลือการงานของนายโดยไม่รังเกียจ นายเห็นความดีจึงให้ของประดับบ้านที่ดีและราคาแพง แต่เราเห็นว่าไม่สมควรที่จะนำมาประดับบ้านเรา จึงบอกคืน เมื่อนายบอกให้อีก ก็ไม่ยอมรับกลับ ขอรับแต่ของที่สมควรแก่ฐานะของตนเท่านั้น
ผู้ที่ไม่สันโดษก็จะตรงกันข้ามคือ เต็มไปด้วยความปรารถนาที่เพิ่มขึ้นๆ ไปส่วนใหญ่ก็นำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัวและหนี้สินเพื่อสนองกิเลส หรือไม่ก็รับสินบน เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์และสิ่งของให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
ด้วยเหตุเหล่านี้สันโดษจึงเป็นเหตุให้ไม่โลภ ไม่ต้องการเกินสมควร นับเป็นคุณธรรมสำคัญที่เราควรปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก คนที่รู้จักพอ คือ พอใจในสิ่งที่ตนมี จะมีความสุขในการดำเนินชีวิต เพราะคำว่าพอไม่ได้วัดที่ตัวเงินหรือวัตถุสิ่งของ แต่อยู่ที่ใจของเรานั่นเอง...







