posttoday
"การลืมประวัติศาสตร์"เสมือนกับการทรยศต่ออดีต

"การลืมประวัติศาสตร์"เสมือนกับการทรยศต่ออดีต

10 มกราคม 2557

เมื่อหลายปีก่อนมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งชื่อ สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือสะพานเดือดเลือดเชลยศึก เคยได้รับรางวัลออสการ์ถึง 5 รางวัล และเป็นภาพยนตร์คลาสสิกที่บรรยายเหตุการณ์สงครามจากภาพยนตร์เรื่องนี้

เมื่อหลายปีก่อนมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งชื่อ สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือสะพานเดือดเลือดเชลยศึก เคยได้รับรางวัลออสการ์ถึง 5 รางวัล และเป็นภาพยนตร์คลาสสิกที่บรรยายเหตุการณ์สงครามจากภาพยนตร์เรื่องนี้

ข้าพเจ้าได้รู้จักทางรถไฟสายมรณะที่ว่านั้น ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยและพม่า หลังจากเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทยไม่นาน ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมที่สะพานข้ามแม่น้ำแควใน จ.กาญจนบุรี และสุสานทหารพันธมิตรที่อยู่รอบข้าง ภายใต้แสงตะวันยามสายัณห์ แม่น้ำแควไหลรินอย่างสงบเงียบและแลดูมีความสันติสุขยิ่ง

ทว่า สุสานทหารที่ตั้งตระหง่านและลูกระเบิดเก่าที่ตั้งอยู่เรียงราย ตรงบริเวณหัวสะพานยังเป็นอนุสรณ์เตือนไม่ให้ผู้คนลืมความน่าเวทนาและความเจ็บปวดจากสงคราม บนสุสานได้บันทึกตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากการสร้างรถไฟสายนี้ ซึ่งในจำนวนนี้มีเชลยศึกจากทหารพันธมิตรรวมกันถึง 1.3 หมื่นคนมีแรงงานจากประเทศพม่า มาเลเซีย หมู่เกาะอินเดียตะวันออกของดัตช์ รวมกันถึง 9หมื่นคน ดูแล้วรู้สึกน่าสยดสยองและสะเทือนใจ

แต่ในขณะที่พวกเรากำลังรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดตอนนี้ มีสถานที่แห่งหนึ่งกลับร้องเพลงสรรเสริญให้กับรถไฟสายมรณะนี้ ว่าเป็นโครงการมหัศจรรย์โลกที่นำพาผลประโยชน์อันใหญ่หลวงให้กับเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ยอมพูดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากรถไฟสายนี้แม้แต่คำเดียว

สถานที่แห่งนี้ก็คือศาลเจ้ายาสุกูนิของประเทศญี่ปุ่น ในศาลเจ้ายาสุกูนิ เรื่องรถไฟสายมรณะ และประวัติศาสตร์ที่กองทัพญี่ปุ่นรุกรานประเทศจีนและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกตกแต่งให้ตัวเองดูดีและถูกบิดเบือนจากความเป็นจริงหมด

เมื่อเร็วๆ นี้ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ดื้อดันไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ ซึ่งมีป้ายชื่อบูชาของญี่ปุ่น ประกอบด้วยอาชญากรสงครามระดับ A 14 คน ระดับ B และ C กว่า 1,000 คน โดยไม่สนการคัดค้านอย่างรุนแรงของจีน เกาหลีใต้ และประเทศที่เกี่ยวข้อง

ในฐานะที่เป็นนายกฯ ญี่ปุ่น การที่ชินโสะสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ ซึ่งเป็นที่บูชาดวงวิญญาณของอาชญากรสงคราม ย่อมไม่ใช่เรื่องการเมืองภายในหรือศาสนาแต่อย่างใด และไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนตัวแม้แต่น้อย แต่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับจิตสำนึกและท่าทีของญี่ปุ่นที่มีต่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกี่ยวข้องกับการที่ผู้นำญี่ปุ่นจะนำพาประเทศไปสู่แนวทางการพัฒนาที่สันติหรือไม่ เกี่ยวข้องกับพื้นฐานการเมืองระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียและประชาคมโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องหลักการสำคัญ

ลองคิดดูว่า ถ้า อังเกลา แมร์เกิล นายกฯ ของประเทศเยอรมนี สักการะ ฮิตเลอร์ และเกิบเบลส์ ซึ่งเป็นอาชญากรสงครามนาซี เป่าร้องว่าค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ซึ่งได้ชื่อเป็นโรงงานแห่งมรณะได้สร้างประโยชน์ให้กับการพัฒนาของยุโรป ไม่ทราบว่าสังคมโลกจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

ในความจริงแล้วที่พวกเราสังเกตได้คือ ในฐานะที่เป็นประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยกัน ประเทศเยอรมนีแสดงความสำนึกผิดอย่างจริงจัง ตัดสายสัมพันธ์กับลัทธินาซีอย่างถึงที่สุด เรียกนาซีว่าเป็นความอัปยศของชนชาติ เยอรมนีจึงได้รับการให้อภัยจากประชาชนของประเทศที่เคยถูกย่ำยีและได้รับความเคารพจากสังคมโลก

กลับมาดูประเทศญี่ปุ่นสถานการณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลังจากชินโสะไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิได้ปฏิญาณว่าจะไม่ก่อสงครามอีก อ้างว่าเขาจะไม่ให้ญี่ปุ่นหวนกลับสู่เส้นทางสงครามอีกครั้ง แต่ว่าในศาลเจ้ายาสุกูนินี้ ไม่มีที่ไหนที่ไม่สร้างภาพบิดเบือนความจริงให้กับสงครามบุกรุกของญี่ปุ่น สงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกพรรณนาว่าเกิดขึ้นเพราะการท้าทายและการกดขี่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษและรวมประเทศจีนด้วย

สงครามครั้งนี้จึงเป็นมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์กู้บ้านกู้เมืองของญี่ปุ่น คำพิพากษาของศาลทหารระหว่างประเทศตะวันออกไกลถูกมองว่าเป็นการตัดสินเพียงฝ่ายเดียว โดยประเทศชนะสงครามต่อประเทศแพ้สงคราม อาชญากรสงครามระดับ A เป็นผู้พลีชีพที่ได้รับผลพวงจากภัยกดขี่ข่มเหงของประเทศชนะสงคราม

พวกเราจึงอดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่า นี่เป็นท่าทีของประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อประวัติศาสตร์หรือ ในขณะที่ชินโสะกำลังไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ เขายังแถลงว่า ไม่ให้ญี่ปุ่นหวนคืนสู่หนทางก่อสงครามอีก คำพูดของเขามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

การลืมประวัติศาสตร์ก็เปรียบเสมือนกับการทรยศต่ออดีต ประวัติศาสตร์ไม่เพียงแต่บันทึกเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ยังบ่งบอกและชี้ทางให้เห็นถึงอนาคต

นับตั้งแต่วินาทีที่ชินโสะไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ ได้ปรากฏให้โลกเห็นอย่างชัดเจนว่า เขากำลังปฏิเสธประวัติศาสตร์สงครามอย่างโจ่งแจ้ง ย่ำยีสัญชาตญาณแห่งความเป็นมนุษย์ ท้าทายผลชัยชนะสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์ของโลก และกฎระเบียบระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่วางบนพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ พฤติกรรมของชินโสะกำลังผลักดันให้ญี่ปุ่นเข้าไปสู่หนทางอันตรายที่จะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนทั่วโลกและญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นมหันตภัยที่กระทบต่อความมั่นคงในเอเชียตะวันออก ประชาชนเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยถูกญี่ปุ่นรุกรานและทำร้าย ย่อมมีเหตุผลที่ต้องมีความเข้าใจดีและความระมัดระวังต่อพฤติกรรมของชินโสะ และย่อมมีเหตุผลที่จะตั้งข้อสงสัยว่า ชินโสะจะนำประเทศญี่ปุ่นไปสู่ทางไหน ผู้นำญี่ปุ่นที่หันหลังให้กับประวัติศาสตร์จะนำพาอะไรให้กับโลกนี้

สายน้ำในแม่น้ำแควยังไหลรินอย่างต่อเนื่องและไม่ขาดสาย สะพานข้ามแม่น้ำแควที่ผ่านห้วงประวัติศาสตร์มามากมาย ยังตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม บ่งบอกถึงความขมขื่นและมหันตภัยที่เคยประสบมา การเวลาจะไหลผ่านไปเปรียบเสมือนแม่น้ำที่ไหลผ่าน แต่ประวัติศาสตร์จะเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และจะไม่มีใครสามารถบังคับให้เปลี่ยนได้อย่างเด็ดขาด

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI