
เพื่อไทยเปิดแผนสู้ปปช.
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้เรียก สส.และ สว.ที่เข้าข่ายกระทำผิดในคำร้องขอถอดถอน สส.และ สว.ปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.โดยมิชอบ มารับทราบข้อกล่าวหา จำนวน 308 คน จากที่ยื่นคำร้องให้ถอดถอน 381 คน
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้เรียก สส.และ สว.ที่เข้าข่ายกระทำผิดในคำร้องขอถอดถอน สส.และ สว.ปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.โดยมิชอบ มารับทราบข้อกล่าวหา จำนวน 308 คน จากที่ยื่นคำร้องให้ถอดถอน 381 คน
วิชา มหาคุณ โฆษก ป.ป.ช. แถลงว่า สส. สว. 308 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1.กลุ่มที่มีพฤติการณ์เสนอและเห็นชอบในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงลงมติทั้ง 3 วาระ รวม 293 คน
2.กลุ่มที่เสนอและเห็นชอบในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แต่ลงมติในบางวาระ รวม 15 คน
นอกจากนี้ สส.และ สว.ที่ไม่เข้าข่ายกระทำความผิดมีทั้งหมด 73 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มที่ไม่มีส่วนเสนอและเห็นชอบในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแต่ลงมติในวาระที่ 3 รวม 65 คน ซึ่งรวมถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วย โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ 7 ต่อ 2 เสียง เห็นว่าไม่ปรากฏความผิดชัดเจน และมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 130
2.กลุ่มที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในการเสนอและเห็นชอบเสนอร่างรัฐธรรมนูญ และลงมติทั้ง 3 วาระ มี 8 คน
กระบวนการต่อไป ป.ป.ช.จะเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาชี้แจงต่อ ป.ป.ช. หลังจากนั้น ป.ป.ช.จะชี้มูลอีกครั้งว่า จะมีการถอดถอนหรือไม่ หากมีจะยื่นไปยังวุฒิสภาดำเนินการ และทั้งหมดที่ถูกยื่นถอดนั้นจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ในวันที่ 1517 ม.ค.นี้ ป.ป.ช.จะตั้งโต๊ะให้ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหามารับฟัง
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาครั้งนี้ยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันกับทุกองค์กร และ ป.ป.ช.เห็นว่า พฤติกรรมของ สส.ทั้ง 308 คน ส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ ใช้ร่างรัฐธรรมนูญปลอม ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม และกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สำหรับ สส. สว. 308 คน ป.ป.ช.ปฏิเสธที่ให้รายละเอียดว่า ประกอบด้วยพรรคใด แยกเป็น สว.กี่คน อย่างไรก็ตาม สามารถ แก้วมีชัย อดีตประธาน กมธ. พิจารณาร่างแก้ไขที่มา สว.จากพรรคเพื่อไทย ระบุว่าสส.พรรคเพื่อไทยเกือบทั้งหมดได้เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และได้ลงมติเกือบทุกวาระ จึงคาดว่า ในจำนวน สส. สว. 308 คน ที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา จะเป็นอดีต สส.พรรคเพื่อไทย 200 กว่าคน และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ได้ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และสส.เขต ครั้งนี้ด้วย
สามารถ กล่าวว่า หากที่สุดแล้ว ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในช่วงที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งหลังวันที่ 2 ก.พ. ก็ยังเหลือระยะเวลาอีกนาน กว่าจะนำไปสู่ขั้นตอนวุฒิสภาถอดถอน พรรคเพื่อไทยจึงไม่ได้กังวล
พนัส ทัศนียานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.ต้องให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา 308 คน ชี้แจง โดยประเด็นที่ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย จะสู้ก็คือ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจชี้มูล เนื่องจาก ป.ป.ช.มีกรอบในการพิจารณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่าผิดมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ที่ ป.ป.ช.จะตัดสินถอดถอน
พนัส กล่าวอีกว่า แม้ว่า สส.ของพรรคจะถูกชี้มูลจำนวนมาก ก็ไม่มีผลอะไร เนื่องจากขั้นตอนหลังจากนี้ คือการให้ สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ สส.ก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีการยุบสภา จะมีปัญหาในส่วนของ สว.อีกกว่า 60 คน ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่มากกว่า หากมีการชี้มูลความผิดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากหยุดจริงปฏิบัติหน้าที่ จำนวน สว.ก็จะหายไปมากกว่าครึ่ง
“หากขั้นตอนไปถึงการชี้มูล และมีการถอดถอน ก็จะมีปัญหาอีก คือเสียง 3 ใน 5 ที่เคยระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเสียงจาก สว. 150 คน แต่หากหายไป 60 คน จะสามารถพิจารณาถอดถอนได้ด้วยเสียงเท่าเดิมหรือไม่ นอกจากนี้ ประเด็นที่พิจารณาถอดถอน ก็เป็นประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ สว. ซึ่ง สว.สรรหาที่เหลือจะถูกตั้งคำถาม เนื่องจากเป็นเรื่องที่ตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะหากรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวแก้สำเร็จ สว.สรรหาก็สูญพันธุ์ทั้งหมด” พนัส กล่าว
อีกด้าน เสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า แม้ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา 308 สส.และ สว.แต่ก็ยังถือว่า ผู้ที่สมัครลงเลือกตั้งยังมีสถานะผู้สมัครตามปกติเพราะเป็นเพียงการชี้มูล แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นหาก ป.ป.ช.ชี้ว่า มีความผิดและวุฒิสภามีมติถอดถอน ซึ่งจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ก็จะขาดคุณสมบัติการเป็น สส.ต่อไป







