บิ๊กตู่ไม่ปิดประตูปฏิวัติ
ความเคลื่อนไหวกองทัพมีท่าทีน่าสนใจจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ภายหลังมีกระแสข่าวปฏิวัติ
ความเคลื่อนไหวกองทัพมีท่าทีน่าสนใจจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ภายหลังมีกระแสข่าวปฏิวัติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่มีคนระแวงว่า ทหารจะใช้การปฏิวัติเป็นทางออกสุดท้ายนั้น คนไปกลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เมื่อมองไม่เห็นก็อย่าไปกลัว คิดว่าทุกอย่างมีสาเหตุหมด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องเดียว ทุกเรื่องต้องมีสาเหตุ ต้องมีเงื่อนไข
“ดังนั้น ต้องไปหาให้เจอว่าอยู่ที่ไหนถ้าไม่มีเหตุอะไรก็ไม่มีเรื่องเหมือนเรื่องอีกากับวัว ถ้าวัวมีแผล อีกาก็จะมาจิกหลังทุกวัน ถ้าไม่มีแผลก็ไม่มีอีกา ประเทศชาติอยู่ด้วยกระบวนการ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ ถ้าเราอยู่ด้วยการแก้ปัญหาที่ผิดวิธีจะสร้างปัญหาไปเรื่อยๆ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปะทะเกิดมาแล้วหลายครั้ง ลองย้อนกลับไปดูปี 2553 ว่า เกิดอะไรขึ้น ในปี 2553 มีสองฝ่าย คือ รัฐบาลกับกลุ่มต่อต้าน ส่วนปีนี้มีรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้านคือ กปปส. และยังมีอีกกลุ่มที่เตรียมออกมาอีก สรุปคือมี 3 กลุ่ม ซึ่งต่างจากปี 2553 ขออย่างเดียวอย่าให้เกิดความรุนแรง ซึ่งทหารต้องดูแลประชาชนทุกพวกทุกฝ่ายไม่ให้บาดเจ็บล้มตาย ไม่ได้ดูแลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
“ผมต้องดูแลคนทั้งประเทศ ส่วนการปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส.ต้องคอยดูว่าจะเกิดอะไร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร เพราะไม่ใช่ กปปส. หวังเพียงอย่างเดียวว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายมีทางออกร่วมกันหรือใครจะหวังให้ฆ่ากันตายหมด ใครก็ตามที่ทำให้เกิดความรุนแรงคนนั้นจะต้องรับผิดชอบจำไว้ไม่ว่าพวกไหนก็แล้วแต่ ถ้าออกมาเมื่อไรประชาชนตีกันมีการบาดเจ็บล้มตายจลาจล รัฐบาลต้องรับผิดชอบในหลักการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ เรียกร้องให้ทุกคนต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว ถ้าให้กองทัพบกมาแก้ปัญหา คงไม่ใช่ เราต้องสร้างความเข้มแข็ง และรวมพลังกันแก้ปัญหาให้ได้ อย่าให้คนใดคนหนึ่งเป็นคนแก้ปัญหา องค์กรใดก็แก้ไม่ได้ เพราะปัญหาวันนี้มีความสลับซับซ้อน “วันนี้ทหารทำดีที่สุดแล้ว คือ การทำให้สถานการณ์หยุดนิ่งอยู่กับที่อาจรำคาญบ้างเล็กน้อย แต่อย่าใช้ยาแรง วันนี้เป็นไข้เล็กน้อย อาจจะเติมยาไปสักหน่อย ถ้าใช้ยาแรงมันอันตราย ใครก็ไม่อยากทำให้ประชาชนบาดเจ็บเสียหาย ทั้งนี้ กำลังทหารที่ออกไปช่วย ศอ.รส.ไปดูแลประชาชนให้ปลอดภัย ไม่ใช่ไปปราบปรามประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
20.00 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเปิดเผยเป้าหมายของการปิดกรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค. ว่า เป้าหมายหลักการปิดกรุงอยู่ที่กระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายไม่ให้ไปทำงานรับใช้ระบอบทักษิณ และส่วนราชการอยู่กรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร อีกเหตุผลพยายามให้การปิดเมืองเดือดร้อนกับพวกที่เป็นรัฐบาล โดยให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด จึงกำหนดจุดปิดกรุงให้น้อยจุดแต่ให้มีพลังสามารถกดดันรัฐบาลได้
“การปิดเมืองให้รัฐบาลล้มเหลวไม่สามารถสั่งบริหารราชการได้อีกต่อไป ทั้งที่ไม่มีความชอบธรรมแล้ว แต่ยังหน้าด้านอีก จึงให้โลกรู้ว่ารัฐบาลยังหน้าทนอยู่ได้อย่างไร” สุเทพ กล่าว
ทั้งนี้ สุเทพกล่าวท้าทายจตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ว่ามีพวกก่อกวนเท่าไหร่ให้ขนเข้ามาเลย จากนี้ไปไม่กลัว นปช.อีกแล้ว วันนี้เป็นศึกชิงเมือง ไม่กลัวพวกเผาเมืองอีกแล้ว หากสุเทพเป็นอะไรไปไม่ต้องกลัว จะเกิดสุเทพอีกล้านคน
“กูถึงกล้าท้าทาย ไม่กลัวมึง กูยอมตาย สู้เพื่อลูกกู หลานกู เป็นเสรีชนไม่ต้องอยู่เป็นขี้ข้าอีกต่อไป ให้หลอมหัวใจเป็นอย่างนี้เลิกกลัวมัน ไม่กลัวอันธพาลอีกแล้ว 13 ม.ค.นี้อยู่ที่ไหนออกมาปิดกรุงเทพฯ ด้วยกันทุกบ้านทุกคน”สุเทพประกาศเสียงดังลั่นปลุกให้ผู้ชุมนุมลุกขึ้นดีใจตะโกนลั่น
สำหรับการเดินรณรงค์วานนี้ ซึ่งเป็นวันที่สอง ประชาชนฝั่งธนบุรีพร้อมใจบริจาคเงินสนับสนุนการเคลื่อนไหวปิดเมืองจำนวน 2,517,052 บาท
ขณะที่บรรยากาศการประชุมใหญ่แกนนำ นปช.ทั่วประเทศกว่า 5,000 คน ที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ได้ข้อสรุปว่า จะใช้แผนป่าล้อมเมือง โดยในวันที่ 13 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. จะให้แกนนำแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นจังหวัดภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พามวลชนคนเสื้อแดง และประชาชนทั่วไปในพื้นที่เดินขบวนรณรงค์หยุดรัฐประหารและต่อต้านกลุ่ม กปปส.เคลื่อนไหวปิดกรุงเทพมหานคร โดยให้เลือกใช้เส้นทางหลักของแต่ละจังหวัดเดินขบวน เชิญชวนประชาชนที่เห็นด้วยออกมาแสดงพลังต่อต้านด้วย พร้อมกันนี้ก็จะมีการนำดอกไม้ไปมอบให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีกลุ่ม กปปส.มากดดันให้หยุดงาน
“ส่วนสาเหตุที่ไม่ไปเคลื่อนไหวในจังหวัดภาคใต้ กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขการเผชิญหน้ากันเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน” ธิดา กล่าว







