
อย่าดูถูกประชาชน
การยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุดของผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย 8 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราวให้มีสิทธิเป็นผู้สมัคร แม้จะเป็นการปกป้องสิทธิอันชอบธรรม แต่ในอีกด้านหนึ่งสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทยหาได้สำเหนียกถึงปมปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
การยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุดของผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย 8 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราวให้มีสิทธิเป็นผู้สมัคร แม้จะเป็นการปกป้องสิทธิอันชอบธรรม แต่ในอีกด้านหนึ่งสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทยหาได้สำเหนียกถึงปมปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้บรรดา สส.พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงเจตจำนงไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญต่อคำวินิจฉัย กรณีเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ สส.และ สว.
พร้อมทั้งได้ออกมาโจมตีการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ดูถูกดูแคลนเสมือนองค์กรแห่งนี้ไร้อำนาจ ขาดความน่าเชื่อถือ และจงใจก้าวก่ายการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
มาวันนี้การเลือกตั้งเจอทางตัน นักการเมืองกลุ่มเดียวกันกลับไปขอพึ่งพาอำนาจศาลเพื่อขอสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อหาความชอบธรรมให้ฝ่ายตัวเอง
พรรคเพื่อไทยควรยอมรับความจริงตั้งแต่ต้นว่า สถาบันหลักของชาติล้วนถูกตั้งขึ้นอย่างมีความเชื่อมโยงกันและกันในการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม และเพื่อหาทางออกให้ประเทศในยามปกติและยาม คับขัน
วันนี้บ้านเมืองเข้าสู่วิกฤตอีกรอบ แต่นักการเมืองเหล่านี้ก็ยังพยายามหาทุกช่องทางให้ฝ่ายตนได้ใช้อำนาจรัฐ หาได้ร่วมคิดร่วมหาทางออก มีแต่ยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดการเผชิญหน้าของคนในชาติ
รับทราบกันดีว่าต้นตอวิกฤตการเมืองในปัจจุบันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของนักการเมือง ที่ฉวยโอกาสผลักดันกฎหมายเพื่อล้างผิดให้คนโกง
เมื่อการเมืองเดินมาถึงทางตัน หลายฝ่ายหลายสถาบันพยายามเสนอทางออกให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยเลือกจะเดินเกมถอยเพื่อรุกมาอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินการแก้ปัญหาของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจที่จะหาทางออกอย่างแท้จริง แต่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพรรคพวกตัวเอง หาได้แสดงความจริงใจต่อการปฏิรูปการเมืองอย่างยั่งยืน
จะเห็นได้ว่า ข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองที่ผู้นำรัฐบาลโยนออกสู่สาธารณะมาเป็นระยะ จึงไม่ได้รับการตอบสนองจากภาคส่วนของสังคม เพราะทุกฝ่ายต่างประจักษ์ว่า ข้อเสนอเหล่านี้เป็นเพียงการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง เพื่อเอาชนะคะคานและรักษาอำนาจไว้เท่านั้น
หากพรรคเพื่อไทยยังยึดมั่นบูชาทุนและปรามาสต่อพลังประชาชน พรรคการเมืองที่ขาดวัฒนธรรมความเป็นประชาธิปไตยแห่งนี้อาจถึงวันต้องสูญสลาย
นั่นเพราะไม่เคยศรัทธาในพลังประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง







