พท.ระทึกปาร์ตี้ลิสต์โดนสอย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งพบว่ามีว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อจำนวน 87 คน ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 30 วัน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งพบว่ามีว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อจำนวน 87 คน ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 30 วัน
ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สมัครขาดคุณสมบัติรับเลือกตั้งคือ การไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้ง สส.ทั่วไป เมื่อปี 2554 ทำให้มีลักษณะต้องห้ามไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากผู้สมัครต้องการโต้แย้งให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยนำหลักฐานยืนยันสิทธิ ซึ่งหากศาลพิจารณาเห็นว่ามีคุณสมบัติก็จะสั่งให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ถ้าศาลไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งจะต้องดำเนินการถอดรายชื่อผู้ที่ขาดคุณสมบัติออกจากบัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด หลักฐานอื่นๆ ชื่อสกุล สังกัดพรรคการเมือง โดยจะแถลงรายละเอียดวันนี้
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า สำหรับ 87 รายชื่อ ที่ กกต.พิจารณานั้นแยกเป็นในส่วนที่มีปัญหาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ถึง 30 วัน และในวันสมัครไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองรวม 25 ราย ขณะที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และเป็นกรณีอื่นที่กฎหมายกำหนดเป็นลักษณะต้องห้ามในการสมัคร เช่น เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง
สำหรับผู้สมัคร สส. จากพรรคเพื่อไทย และเป็นแกนนำเคลื่อนไหวกลุ่มการเมืองที่ถูกตัดสิทธิจากการไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อาทิ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ผู้สมัครอันดับ 75 จรัล ดิษฐาอภิชัย ลำดับ 93 นอกจากนี้ยังมี ถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ ลำดับ 94 พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน ลำดับ 118 ขณะที่ผู้สมัคร สส. ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่ถูกตัดสิทธิด้วยได้แก่ ศุภชัย ใจสมุทร
ทั้งนี้ กลุ่มกรีน โดย จาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานกลุ่มกรีนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ คุณสมบัติของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส.ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อและระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เนื่องจากการดำเนินการของพรรคการเมืองในการส่งสมาชิกเข้ารับสมัครเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบ หรือสมาชิกบ้านเลขที่ 111 หรือ 109 เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี และเมื่อพ้นโทษออกมาก็มาลงรับสมัครเลือกตั้ง
อีกด้านศาลปกครองสูงสุดได้ไต่สวนฉุกเฉินในคดีที่พรรคเพื่อไทยยื่นฟ้องให้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ กกต.รับสมัคร สส.ใน 29 เขตเลือกตั้ง 8 จังหวัดภาคใต้ หลังจากช่วงเช้าวันเดียวกัน ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย 29 คน ใน 8 จังหวัดภาคใต้ ได้ยื่นคำขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กกต. ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี ประกาศให้มีการสมัครรับเลือกตั้งใน 29 เขต เป็นการเร่งด่วน
ชัยณรงค์ ช่างเรือ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 กระบี่ พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังศาลปกครองสูงสุดไต่สวนฉุกเฉิน โดยคาดว่าศาลจะแจ้งให้ทนายความทราบผลในวันที่ 7 ม.ค.
ขณะที่ นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้ฟ้อง กล่าวว่า การไต่สวนวันนี้เป็นการไต่สวนผู้ฟ้องเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งได้นำว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 ชุมพร พรรคเพื่อไทย เข้าให้ถ้อยคำต่อศาล โดยพยานเหล่านี้ได้บอกเล่าข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์การเดินทางไปสมัครและเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นจนต้องมีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่ากลุ่มผู้สมัครได้พยายามที่จะไปยังสถานที่สมัครแล้ว และศาลก็ได้สอบถามด้วยว่า กกต.ได้มีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งไปแล้วหรือไม่ ซึ่งได้แจ้งกับศาลว่า กกต.จะประกาศในวันที่ 8 ม.ค.นี้
วันเดียวกัน พรรคชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ส่งตัวแทนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง รับสมัครสมาชิกที่ยื่นเรื่องเป็นผู้สมัคร สส.ภาคใต้ หลังจากไม่สามารถรับสมัครได้ เนื่องจากมวลชน กปปส.ปิดล้อมสถานที่
ด้านสำนักงาน กกต. เปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้งภายหลังการปิดรับสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า ยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ม.ค. มีจำนวนผู้ขอลงทะเบียนทั้งสิ้น 2,164,796 คน โดย กทม.มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนมากที่สุด จำนวน 916,210 คน ขณะที่ จ.บึงกาฬ น้อยที่สุด มี 532 คน
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ข้อมูลของผู้มาขอใช้สิทธิในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในบางประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สหรัฐอเมริกา มีผู้มาขอใช้สิทธิจำนวน 14,985 คน (ปี 2554 จำนวน 15,056 คน) สิงคโปร์ จำนวน 10,356 คน (ปี 2554 จำนวน 10,412 คน) เยอรมนี จำนวน 8,868 คน (ปี 2554 จำนวน 8,530 คน) อังกฤษ จำนวน 5,239 คน (ปี 2554 จำนวน 4,775 คน)
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในปี 2557 จำนวน 143,800 คน เมื่อเทียบกับในปี 2554 ซึ่งมีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ 146,662 คน แสดงว่าคนไทยในต่างประเทศสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.







