posttoday
"รสนา"ยกเลือกตั้งเลือดบังกลาเทศเตือนสติรัฐบาล

"รสนา"ยกเลือกตั้งเลือดบังกลาเทศเตือนสติรัฐบาล

07 มกราคม 2557

ส.ว.รสนา ซัด รัฐบาลอ้างเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน ที่แท้คืนอำนาจให้นักการเมือง ย้ำต้องเดินหน้าปฏิรูปสลัดวงจรอุบาทว์ทางธุรกิจการเมืองก่อน

ส.ว.รสนา ซัด รัฐบาลอ้างเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน ที่แท้คืนอำนาจให้นักการเมือง ย้ำต้องเดินหน้าปฏิรูปสลัดวงจรอุบาทว์ทางธุรกิจการเมืองก่อน

น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว รสนา โตสิตระกูล ว่า บทเรียนการเลือกตั้งเลือดในบังกลาเทศเมื่อวันที่5มกราคม 2557 ที่สังเวยชีวิตชาวบังกลาเทศซึ่งคัดค้านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งจนถึงวันนี้มีจำนวนผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง150ศพ

สภาพที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับบ้านเราคือฝ่ายค้านถอนตัวไม่ลงสมัคร ซึ่งการไม่เข้าลงสมัครเลือกตั้งของพรรคฝ่ายค้านบังกลาเทศ จะทำให้สถานการณ์ของบังกลาเทศเข้าสู่ ภาวะรัฐสภาที่ล้มเหลวคือ จะมีพรรคใหญ่เพียงพรรคเดียวได้ที่นั่ง และอาจไม่สามารถเปิดสภาฯได้ ปรากฏว่ากลุ่มผู้สังเกตการณ์นานาชาติได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสหภาพยุโรป ไม่ยอมรับการเลือกตั้งในบังกลาเทศครั้งนี้ ทั้งยังได้รับการประนามจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนสากลและจากองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่นสากลเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ

สถานการณ์ของไทยหลังเลือกตั้งวันที่2กุมภาพันธ์ 2557  ก็อาจจะล้มเหลวเช่นเดียวกับโมเดลบังกลาเทศ คือจะมีเพียงพรรคใหญ่จัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่มีฝ่ายค้าน หรืออาจจะมีฝ่ายค้านแบบกำมะลอเพื่อให้ดูเสมือนมีทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน

หรืออีกสถานการณ์หนึ่งคือ ไม่สามารถเปิดสภาได้ เพราะได้จำนวน ส.ส ไม่ถึง95%ทำให้เกิดจุดตีบตันทางการเมือง แม้จะเลือกตั้งได้ แต่ก็จะตั้งรัฐบาล และรัฐสภาไม่ได้

ข้อที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือสถานการณ์แบบบังกลาเทศที่มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากเหตุการณ์การคัดค้านการเลือกตั้ง จะต้องไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย

บทเรียนของเพื่อนบ้านพอจะเตือนสติรัฐบาลรักษาการของน.ส ยิ่งลักษณ์ และกกต.ได้หรือไม่ก่อนที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เส้นทางเดียวกันนั้น

การที่มีประชาชนจำนวนหลายล้านคนชุมนุมเรียกร้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง นี่คือการแสดงประชาธิปไตยทางตรงที่รัฐบาลควรรับฟังและผ่อนปรน ไม่ควรดึงดันให้มีการเลือกตั้งให้ได้ในวันที่2ก.พ เพราะการเลือกตั้งในวันดังกล่าวมิใช่ไฟล์ทบังคับชนิดที่จะเลื่อนไม่ได้ เพราะที่จริงมีหลายมาตราในรัฐธรรมนูญที่ระบุให้ปฏิบัติอย่างเช่นการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสำคัญหลายฉบับที่มีกำหนดเวลา แต่รัฐบาลทุกพรรคที่ผ่านมาก็มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

การยืนยันเรื่องการเลือกตั้งให้ได้โดยอ้างข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาลรักษาการน.ส ยิ่งลักษณ์ ทั้งที่ยังสามารถยกข้อถกเถียงทางข้อกฎหมายที่มีน้ำหนักไม่แพ้กันมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนได้ ก็ไม่ต่างจากนิทานเรื่องแม่ปูที่บอกลูกปูเดินให้ตรงๆ ในขณะที่ตัวเองก็ยังเดินเป๋ไปเป๋มากระนั้น

การที่รัฐบาลรักษาการอ้างว่า "การเลือกตั้ง" คือ "การคืนอำนาจให้ประชาชน" นั้น ประชาชนเองก็สงสัยว่า แท้ที่จริงแล้วการเลือกตั้งคือ "การคืนอำนาจให้นักการเมือง" ต่างหาก

ดังที่ปรากฎอย่างชัดเจนคือ การที่พรรคเพื่อไทย ยังคงส่งน.ส ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้สมัครส.ส สัดส่วนหมายเลขหนึ่ง และยืนยันสานต่อนโยบายเดิมของพรรคเพื่อไทยนั้น ประชาชนไม่ไว้ใจว่านโยบายที่พรรคเพื่อไทยต้องการเข้ามาสานต่อคือ

1) นโยบายปฏิรูปเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อกระชับอำนาจของฝ่ายการเมือง

2) นโยบายเพื่อนิรโทษคดีทุจริตทั้งปวงของพ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร

3) นโยบายการเข้ามายึดกองทัพไทยในปี 2557 หลังจากผู้นำทั้ง3เหล่าทัพเกษียณในปี2557 ตามแผนการที่ปรากฎในคลิปถั่งเช่า

4) นโยบายแปลงอำนาจรัฐให้เป็นทุนของตระกูล หรือการทำธุรกิจถอนทุนทางการเมือง ด้วยการสานต่อโครงการเงินกู้2ล้านล้าน โครงการป้องกันน้ำท่วม3.5แสนล้าน โครงการรับจำนำข้าวซึ่งใช้เงินกว่า8แสนล้านแล้ว แต่กลับไม่พอซื้อข้าวชาวนาไทย เพราะมีการนำเข้าข้าวจากเขมรถึง2ล้านตัน และคาดว่ามีการคอรัปชันในโครงการรับจำนำข้าวถึงกว่า4แสนล้านบาท เป็นต้น

ในธรรมเนียมปฏิบัติของการเมืองไทยในยุครัฐบาลคณะราษฎรและประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า  การที่รัฐบาลแพ้โหวตในร่างกฎหมายสำคัญอย่างร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย เหมาเข่ง และร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของส.ว ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำผิดกติการัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องลาออกไปแล้ว แต่มาตราฐานทางจริยธรรมอันตกต่ำของนักการเมืองปัจจุบัน ทำให้ไม่ยอมรับธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองในการแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

ดังนั้น ณ วันนี้ที่ประชาชนไม่ไว้วางใจให้พรรคเพื่อไทย ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรบงการอยู่เบื้องหลังเข้ามาบริหารบ้านเมืองอีก เพราะพรรคเพื่อไทยก็จะยังยืนยันใช้นายกฯคนเดิม ใช้นโยบายเดิมที่ทำผิดกติกาประชาธิปไตยมาใช้ต่อ

การยืนยันทำสิ่งผิดอย่างซ้ำซากเช่นนี้ ก็ไม่ต่างจากการทำอาชญากรรมต่อเนื่องทางการเมือง ซึ่งประชาชนไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไปแล้ว จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งเพื่อไปให้พ้นจากวงจรอุบาทว์ทางธุรกิจการเมืองที่กำลังฝังรากลึกในสังคมการเมืองของประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน