
พิษการเมืองทุบท่องเที่ยวพัทยาวูบ
ชลบุรี-ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวพัทยาถกแก้วิกฤติด้านการท่องเที่ยวหลังพิษการนักท่องเที่ยวหนีกว่า 50 %
ชลบุรี-ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวพัทยาถกแก้วิกฤติด้านการท่องเที่ยวหลังพิษการนักท่องเที่ยวหนีกว่า 50 %
นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เป็นเจ้าภาพในการเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอก ชนที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวที่โรงกรมเดอะกรีนพาร์ค รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ประกอบด้วย เมืองพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพัทยา สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก ชมรมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี ชมรมโรงแรมเมืองพัทยา เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์ และหารือเกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไขปัญหาวิกฤติด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา หลังพบว่าจากปัญหาสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
นายสุวัฒน์ แพภิรมย์รัตน์ ประธานชมรมโรงแรมเมืองพัทยา กล่าวว่า ช่วงประมาณเดือนต.ค.2556 เมืองพัทยาประสบปัญหากับกลุ่มตลาดเอเซีย โดยเฉพาะชาวจีนเนื่องจากมาตรการด้านกฎหมายการท่อง เที่ยวที่ทางการจีนประกาศใช้เพื่อป้องกันปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่หลังจากนั้นสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น หนำซ้ำเมืองพัทยายังได้กลุ่มท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย แต่ขณะนี้จากวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติขณะนี้ ทำให้หลายประเทศประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังประเทศไทยให้เพิ่มความระ มัดระวังมากขึ้น โดยหลายประเทศมีการสั่งห้ามในระดับ 5 ซึ่งถือว่าสูงสุด จึงทำให้นักท่องเที่ยวหลัก อย่าง ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม หายไปเกือบทั้งหมด จะเหลือเพียงนักท่องเที่ยวชาวจีนบางส่วนที่ยังมีได้ทำสัญญา กันอยู่ แต่ก็พบว่าปริมาณหายไปกว่า 50 % อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ยอดการจับจองห้องพักยังถือว่ามีปริมาณมาก แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็คงมีการยกเลิกเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ด้านนางบุญฑริก กุศลวิทย์ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่ากลุ่มตลาดหลักของเมืองพัทยาหายไปเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นจีน และรัสเซีย เนื่องจากหวั่นปัญหาความปลอดภัยจากสถานการณ์การเมือง ขณะที่กลุ่มตลาดอย่างยุโรป และอเมริกา หรือตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น ก็หายไปเช่นกัน ทำให้เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาธุรกิจด้านโรงแรมประสบกับภาวะผลกระทบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจะมีเพียงกลุ่มตลาดอินเดียเท่านั้นที่ยังมีเสริมอยู่บ้าง ขณะที่การประกาศเตือนหรือ Travel Warning ก็สูงขึ้นถึง 40 ประเทศแล้ว จึงควรหารือแนวทางแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากมีความเสียหายมากและอนาคตยังไม่ทราบว่าจะออกมาในทิศทางใด ซึ่งหากปล่อยไปเช่นนี้ในอนาคตอาจต้องมีปัญหาเรื่องของการลดราคาจนต่ำกว่ามาตรฐานแน่นอน
ขณะที่นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า ด้วยความที่เมืองพัทยามีพื้นที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพและสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งแต่เดิมมองว่าได้ประโยชน์ แต่ปัจจุบันกลับถือว่ามีปัญหา ขณะที่เมืองท่องเที่ยวหลักอื่นๆอย่างเขียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ มีอัตราของนักท่องเที่ยวอยู่ในระดับสูงหรือ Peak เป็นอย่างมาก ส่วนที่เหลืออยู่ในพัทยานั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่กลุ่มนัก ท่องเที่ยวคุณภาพเช่นเดิม และนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็มีโอกาสที่จะมีจำนวนลดลงจากปัญหาการเมืองเช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวภายในประเทศนั้นจากการตรวจสอบสถิติแล้วพบว่าการเดินทางมาพักผ่อนในช่วงเทศ กาลปีใหม่ที่เมืองพัทยานั้นมีจำนวนน้อยลง
ทั้งนี้เนื่องจากมีกระแสความนิยมเรื่องของการสัมผัสความหนาวเย็นจึงมีการเดินทางไปท่องเที่ยวยังพื้นที่ยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเป็นหลัก ขณะที่สนามบินอู่ตะเภาเองที่อาจถือเป็นพื้นที่เสริมในการแก้ไขวิกฤติด้านการท่องเที่ยวก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของการความล่าช้าในการบริหารจัดการสนามบินและอื่นๆ ทำให้สายการบินแบบเช่าเหมาลำหายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากนี้คงจะเข้าไปร่วมหารือกับบอร์ดเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน รวมทั้งการประสานงานร่วมกับเมืองพัทยาในการหาทางออก เช่น การจัดอีเวนท์ส่งเสริมการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจถึงความปลอดภัยในการท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา หรือการส่งเสริมตลาดทดแทน เป็นต้น







