
อย่าชะล่าใจ
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่านครับ เริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติกันอีกครั้งแล้วสำหรับการเริ่มต้นปี 2014 นี้
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่านครับ เริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติกันอีกครั้งแล้วสำหรับการเริ่มต้นปี 2014 นี้
นักวิเคราะห์ต่างชาติมองกันว่า ปี 2014 น่าจะเป็นปีที่สดใสสำหรับเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกนั้นมีวี่แววดีขึ้น ไม่ว่าจะสถาบัน หรือองค์กรทางเศรษฐกิจสำนักไหน ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสหรัฐในปีนี้จะฟื้นตัวได้แข็งแกร่งขึ้นครับ ขณะที่ปัญหาหนี้ของยุโรปก็เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
ดังนั้น ในปี 2014 นี้ สหรัฐจะกลับมาเป็นแม่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่ง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
นั่นเป็นเพราะว่า ความอึมครึมจากปัจจัยต่างๆ นั้นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความอึมครึมจากการลดคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ ที่ได้ประกาศไปแล้วว่าจะเริ่มลดในเดือน ม.ค.นี้ แต่ก็เป็นการลดที่ 1 หมื่นล้านเหรียญเท่านั้น ยังจะมีอีก 7.5 หมื่นล้านเหรียญ ที่ไหลเข้าสู่ตลาดทุนทุกเดือน อีกทั้งการลดคิวอีของเฟดยังเป็นการส่งสัญญาณที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มกลับมาแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย
ส่วนความอึมครึมที่สองนั้น ก็คือความวิตกกังวลว่าสหรัฐอาจจะเจอกับวิกฤตชัตดาวน์ซ้ำสองในราวเดือน ม.ค. และ ก.พ.ปีนี้ ก็ได้รับการแก้ไขไปแล้ว หลังจากที่สภาคองเกรสสหรัฐได้ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายเป็นที่เรียบร้อย
นั่นคือสองปัจจัยหลักที่ทำให้ทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมไปถึงตลาดทุนในปีนี้น่าจะสดใสทั้งปี
แต่ก็อย่างว่าครับ จะเอาแน่เอานอนไม่ได้ แม้ว่าสหรัฐจะดี แต่อย่าลืมว่าโลกกำลังขาดความคึกคักจากมหาอำนาจเบอร์สองอย่างจีนไป
เมื่อวันที่ 1 ม.ค.นี้เอง ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ได้ประกาศชัดว่าทิศทางของจีนสำหรับปี 2014 นี้ จะเป็นการเดินหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าทิศทางดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจจีนลดความร้อนแรงต่อไปเหมือนที่เป็นมาตลอดทั้งปี 2013 ครับ
แม้ว่าที่ผ่านมานั้นจีนจะสามารถหลีกหนีปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเงินเฟ้อ หรือปัญหาฟองสบู่มาได้ โดยที่รัฐได้เข้าไปแทรกแซงในภาคการเงินในระยะสั้นๆ เป็นบางครั้ง แต่นั่นกลับไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจของจีนจะกลับมาร้อนแรงได้เหมือนเดิมในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะเมื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนที่หันมาเน้นการบริโภคภายใน และลดการพึ่งพาภาคการผลิตลง ซึ่งในขณะนี้ยังไม่เห็นผลชัดนั้น ดังนั้นผู้บริโภคของจีนยังไม่มีพลังพอที่จะเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจโลกเหมือนกับผู้บริโภคในสหรัฐ
ปีนี้ตลาดทุนฝั่งตะวันตกน่าจะคึกคักไม่น้อย แต่เอเชียก็ต้องระวังปัจจัยเฉื่อยจากจีน และต้องคอยระวังกระแสทุนต่างชาติที่เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออกแบบฉับพลันต่อไปครับ







