
ปัญหาการเมืองไทย พ.ศ.2557
ระบบการเมืองที่ดีมีคุณภาพ คือ ระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพทางการเมือง (Political Stability) ที่มีความหลากหลายขององค์ประกอบ อาทิ ความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจในเชิงบวก ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลอยู่ในระดับสอบผ่าน ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนไม่มากเกินไป ที่สำคัญคือ ความสามารถของรัฐบาลในการตอบสนองความต้องการของประชาชนต้องได้ใจมีคุณภาพบนพื้นฐานของระบบสังคมที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นน้อยหรือระบบอุปถัมภ์ค้ำจุน เอื้ออาทร ที่ตั้งอยู่ในระบบคุณธรรมเป็นสำคัญ รวมถึงคุณภาพของนักการเมืองต้องเป็นน้ำดีให้มากเข้าไว้
ระบบการเมืองที่ดีมีคุณภาพ คือ ระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพทางการเมือง (Political Stability) ที่มีความหลากหลายขององค์ประกอบ อาทิ ความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจในเชิงบวก ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลอยู่ในระดับสอบผ่าน ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนไม่มากเกินไป ที่สำคัญคือ ความสามารถของรัฐบาลในการตอบสนองความต้องการของประชาชนต้องได้ใจมีคุณภาพบนพื้นฐานของระบบสังคมที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นน้อยหรือระบบอุปถัมภ์ค้ำจุน เอื้ออาทร ที่ตั้งอยู่ในระบบคุณธรรมเป็นสำคัญ รวมถึงคุณภาพของนักการเมืองต้องเป็นน้ำดีให้มากเข้าไว้
สภาพการณ์ของประเทศไทย พ.ศ. 2557 เราฝันอยากเห็นอย่างที่กล่าวมา จึงหลีกหนีไม่พ้นกับแนวคิดกระแสหลักว่าด้วยการปฏิรูปการเมือง (Political Reform) เน้นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีเป้าหมายคือการสร้างระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในโอกาสปีใหม่ พ.ศ. 2557 นี้ จึงน่าจะพินิจการเมืองได้ดังนี้
1.การเมืองไทยในสภาวะการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ สิ่งที่น่ากลัวคือ บรรยากาศทางการเมืองที่ตกอยู่ในสภาวะความรุนแรงทางการเมืองที่มีแนวโน้มยกระดับมากขึ้น การมีส่วนร่วมทางการเมืองในเชิงสร้างสรรค์ถดถอยลง ที่หมักหมมตั้งแต่สมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า “ระบอบทักษิณ” เพราะมีการสืบทอดอำนาจโดยใช้รูปแบบการเลือกตั้ง–ประชาธิปไตยเชิงปริมาณ ทำลายหลักการเลือกตั้งอย่างสิ้นเชิง สร้างยกย่องวาทกรรมว่า ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้ง ความจริงแล้ว การเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมที่ใช้ได้ทั้งระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการ ที่น่ากลัวคือ หากเงินตราเป็นใหญ่หรือธนาธิปไตย ที่ถือเป็นค่านิยมของการเลือกตั้ง แล้วจะทำอย่างไรที่จะให้ได้ระบบตัวแทนที่ดีมีคุณธรรมและคุณภาพ คนดีๆ ก็แพ้อำนาจทุนและเงินตรา กอปรกับการนำญาติพี่น้อง เข้ามาสืบทอดอำนาจทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงหลักความรู้ความสามารถ อันเป็นการดูถูกและไม่นึกถึงจิตใจของมวลมหาประชาชนในฐานะผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง
2.ความจริงแล้ว มวลมหาประชาชนไม่ได้ต่อสู้อยู่เฉพาะแค่การโค่นล้มระบอบทักษิณเท่านั้น หากแต่ความไร้สถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่หยั่งลึกลงไปในเชิงวัฒนธรรมทางการเมืองของไทยไปไกลแล้ว ดังนั้น ระบอบทักษิณเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเป็นรูปธรรมแห่งเชื้อโรคทางการเมือง โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชั่น การเล่นพรรคเล่นพวก ความไร้จริยธรรมของนักการเมืองและข้าราชการที่ไม่ดี ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอวันปฏิวัติอย่างจริงจังกันเสียที หลายประเทศในโลกแม้กระทั่งจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์ก็มีการโกง แต่ระบบการเมืองเขามีการตรวจสอบและเอาผิดที่เด็ดขาดเป็นข่าวใหญ่ในปีใหม่นี้ ทำให้ระบบการเมืองจีนมีเสถียรภาพ มีความมั่นคงต่อไป
นอกจากนี้ อีกหลายประเทศประชาธิปไตยก็มีปัญหาการโกงบ้านโกงเมืองเหมือนๆ คล้ายๆ กับไทยเรา เพราะมนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด มีกิเลสความโลภคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ว่าใครกันแน่ที่ปฏิรูปก็ดีหรือปฏิวัติก็ดี เอาจริงๆ กับเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาทั้งปฏิรูปและปฏิวัติจะกี่ครั้งก็ตามทำไม่สำเร็จทั้งนั้น ความยากง่ายอยู่ตรงที่เจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนต้องหนักแน่น ให้ถือเป็นสัญญาประชาคมทำให้ทุกฝ่ายยอมรับโดยดุษฎี ถึงจะใช้เวลาในการอธิบาย รณรงค์ อุทิศทั้งแรงกายและแรงใจต้องทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่ได้เฉพาะแนวทางปฏิรูปหรือปรับเปลี่ยนแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ลงมือกระทำอย่างจริงจังอันเป็นการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบการต่อสู้โดยสันติธรรม อันเป็นความเชื่อ ค่านิยม ทัศนคติใหม่ ที่ฝ่ายรัฐบาลหรือผู้อยู่ตรงกันข้ามต้องเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อลดความขัดแย้งและความสูญเสียทั้งปวง เป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ สำหรับ ศอ.รส. และฝ่ายรัฐบาล
3.การต่อสู้ทางการเมืองที่มีแนวร่วมแห่งมวลมหาประชาชนจำนวนมาก กับอีกฝ่ายหนึ่ง ที่แสดงจุดยืนว่าการเลือกข้างเป็นธรรมดาของการใช้เสรีภาพทางการเมือง ทั้งสองฝ่ายและกับอีกหลายๆ ฝ่ายที่ยังคงนิ่งไม่เลือกข้าง ก็หนีคำว่าการเมืองไม่พ้นทั้งสิ้น การเมืองที่มีความหลากหลายก็เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องสำเหนียกร่วมกันคือ การไม่ใช้ความรุนแรงทั้งปวง และแน่นอนว่า ในไม่ช้าความจริงจะปรากฏในหมู่สาธารณชนทั้งหลาย
อย่างไรก็ตาม ความชอบธรรมทางการเมืองที่สูงส่งนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเอากฎหมายตัดสิน หากแต่อยู่ที่จิตสำนึกว่า อะไรคือความชั่วร้ายก็ต้องเลิกและหยุดทันทีไม่ต้องให้ใครบอก ปัญหาการเมืองไทยในประเด็นนี้อยู่ที่ว่า การทำนายอนาคตหรือการคาดการณ์ทางการเมือง รวมถึงการตัดสินใจทางการเมือง แต่ละฝ่ายมีความเชื่อและตัดสินใจไม่เหมือนกัน บางคนดันทุรังต่อไปทั้งๆ ที่มีอำนาจตามกฎหมายชัดเจนแต่มิได้ใช้อำนาจตัดสินใจ อันเนื่องจากเพราะความเขลา หรือมีอำนาจอันไกลโพ้นสั่งการ ไม่มีเสรีภาพที่จะคิด พูด ทำเองได้เลย ทั้งๆที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตย มวลมหาประชาชนก็อ้างได้ว่า คนๆ นี้ไม่มีความชอบธรรมทางการเมืองได้เช่นกัน ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำต่อไปได้ จึงเป็นความขัดกันระหว่างกฎหมายที่รองรับสนับสนุนให้มีอำนาจหน้าที่ กับความเป็นจริงและความสามารถที่ไร้ศักยภาพ อันเป็นจุดอ่อนของผู้นำทางการเมืองไทย ไม่มีอะไรอธิบายได้ดีกว่า ระบบอุปถัมภ์–ค้ำจุน ข้อสรุปทุกงานวิจัยปัญหาการเมืองไทยเชิงสังคมวิทยา คำถามคือ วัฒนธรรมทางการเมืองแบบนี้จะแก้ได้หรือไม่ ก็ต้องตอกย้ำว่าปฏิรูปก่อนกันดีไหม เพราะถ้าหากเลือกตั้งก่อนระบบอุปถัมภ์ก็จะขยายตัวและฟื้นฟู ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองก็กลับมาอีก
โดยสรุป ปัญหาการเมืองไทย พ.ศ. 2557 จึงเป็นเรื่องการใช้เหตุผลเรื่องหลักความชอบธรรมทางการเมืองระหว่างการปฏิบัติตามกฎหมายกับหลักความเป็นจริง อันเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าการปฏิรูปที่ต้องทำกันเป็นระบบ ใช้เวลาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยให้มีวัฒนธรรมทางการเมืองที่รองรับ สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยแต่ชื่อ เพราะข้างในเป็นระบบเผด็จการนายทุนสามานย์ที่ใช้เงินซื้อเสียง ใช้ระบบอุปถัมภ์–ค้ำจุนไปในทางที่ผิด ทำลายเสรีภาพ ความเสมอภาค หลักนิติธรรม ทำลายการเลือกตั้งให้มีคุณค่าเพียงแค่พิธีกรรมทางการเมืองเท่านั้น เพื่อผ่านเข้าใช้อำนาจรัฐตามกฎหมายแต่ไร้ความชอบธรรมทางการเมือง เพราะมวลมหาประชาชนไม่ยอมรับการได้มาและการใช้อำนาจรัฐ ก็เท่ากับไร้เสถียรภาพทางการเมืองเป็นวงจรอัปรีย์ของการเมืองไทยต่อไป
ดังนั้น ปีใหม่ พ.ศ. 2557 ขอให้ปวงชนชาวไทยมีความสุข จงกล้าที่จะปฏิรูปการเมืองอย่างชัดเจนจริงจัง ด้วยความผาสุกแห่งการเมืองที่มีสถียรภาพตลอดปีเทอญ







