posttoday
บุกวอร์รูม ศอ.รส.เปิดต้นตอ"คลิปชนคลิป"

บุกวอร์รูม ศอ.รส.เปิดต้นตอ"คลิปชนคลิป"

31 ธันวาคม 2556

กลายเป็นสงครามของการชี้แจงข่าวสารไปแล้ว ระหว่างมวลชนและตำรวจที่ต่างฝ่ายก็มีอาวุธเพื่อเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลให้สังคม

ทีมข่าวการเมือง

กลายเป็นสงครามของการชี้แจงข่าวสารไปแล้ว ระหว่างมวลชนและตำรวจที่ต่างฝ่ายก็มีอาวุธเพื่อเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลให้สังคมได้รับรู้เกี่ยวกับการชุมนุมตามที่ฝ่ายตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการแถลงข่าวรายวัน การชี้แจง แต่อีกเรื่องที่น่าสนใจนับตั้งแต่ที่เกิดเหตุปะทะครั้งใหญ่ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง สงครามคลิปวิดีโอก็ถูกนำเผยแพร่สร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง

ที่ฮือฮาคงหนีไม่พ้นเรื่องที่โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศอ.รส.พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย นำคลิปจากฝั่งตำรวจออกมาสวนใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ว่าเหตุที่สนามกีฬาฯ ผู้ชุมนุมมีการทุบรถตำรวจและขโมยชุดเครื่องแบบมาสวมใส่ให้ดูเหมือนว่าเป็นตำรวจ เพื่อมีเป้าประสงค์จะปั่นป่วนและโยนบาปให้สีกากี คลิปนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศเพื่อตอบโต้กับคลิปของฝั่งผู้ชุมนุม ที่มีภาพตำรวจออกไล่ทุบรถพยาบาลอาสาจนพังเกือบทั้งคัน

ตำรวจปั้นเรื่องตอบโต้ใส่ประชาชนด้วยข่าวสารเท็จ จริงหรือไม่?

“คลิปที่ผมนำมาแถลง ผมบอกก่อนว่านี่คือของจริง ภาพที่ปรากฏชัดเจนว่าผู้ชุมนุมทำอะไร เล่นรุนแรงแค่ไหน วิดีโอนี่ชัดเจนแล้ว เราได้มาจากเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานซึ่งนำมามอบให้ เพราะเขาเห็นว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมในคลิปนั้นทำในเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเราตรวจสอบแล้วว่านี่คือของจริงผู้ชุมนุมกระทำการทุบรถตำรวจและเอาเสื้อตำรวจมาใส่ แล้วจะให้หมายความว่าอะไร” พล.ต.ต.ปิยะ ผู้นำคลิปตำรวจปลอมออกมาเผยแพร่ หลังจากคลิปตำรวจทุบรถพยาบาลอาสาออกมาก่อนหน้าไม่นานนัก โฆษก ศอ.รส. ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์และโซเชียลมีเดียออกมายืนยัน

กระนั้น โฆษก ศอ.รส. ยืนยันว่าไม่ใช่การตอบโต้แบบคลิปชนคลิป แต่วันที่เอาคลิปนี้ออกมาเผยแพร่เป็นการตัดสินใจของเขาเอง เพื่อต้องการให้สังคมและประชาชนได้รับรู้และทราบเท่านั้นว่าอีกมุมหนึ่งในเหตุปะทะมันเกิดอะไรขึ้น

“ที่แถลงและนำคลิปที่ผู้ชุมนุมทุบรถตำรวจมาเผยแพร่ ผมก็ไม่ได้พูดอะไรมากเกี่ยวกับคลิป แค่เผยแพร่ออกไปเท่านั้น และหากผิดจริงก็ต้องดำเนินคดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าคลิปจากฝั่งของผู้ชุมนุมที่มีภาพคล้ายตำรวจไปทุบรถกระบะซึ่งระบุว่าเป็นรถพยาบาลอาสานั้น ก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน ไม่ต่างจากกรณีของฝั่งผู้ชุมนุม”

“ตำรวจผิดก็ต้องถูกสอบสวนดำเนินคดีแต่กระบวนการพวกนี้ก็มีขั้นตอนอยู่ ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม และหากเป็นตำรวจจริงทำไมจึงต้องกระทำเช่นนั้น สถานการณ์ตกอยู่ในภาวะเช่นไรถึงได้แสดงพฤติกรรมเช่นนั้นออกมา ผมไม่ได้ปกป้องตำรวจด้วยกันเอง เพียงแต่กระบวนการตรวจสอบก็ต้องมีระยะเวลาเช่นกัน และผมยืนยันว่าข้อมูลข่าวสาร ภาพต่างๆ ที่ผมนำออกมาแถลงตั้งแต่มีการชุมนุมเป็นต้นมา จะมีทีมงานตรวจสอบติดตามสถานการณ์ตลอดภายในห้องวอร์รูม และทุกอย่างคือเรื่องจริง ไม่มีบิดเบือนอย่างที่ถูกกล่าวหา”

เพื่อพิสูจน์ว่าข้อมูลหลักฐานที่ ศอ.รส. ชี้แจงต่อสังคมนั้นไม่ได้ปั้นขึ้นมามั่วๆ พล.ต.ต.ปิยะ ได้พาขึ้นไปดูห้องสังเกตการณ์สถานการณ์การชุมนุมของตำรวจ หรือ “วอร์รูม” ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 20 อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วอร์รูมในพื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร นอกจากจอโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้ว วางเรียงราย แบ่งเป็นการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และจากจุดอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งการชุมนุม การจราจร ฯลฯ โต๊ะประชุมตั้งเป็นแนววงรีพร้อมติดตามเหตุและประชุมด่วนหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ตำรวจกว่า 200 นาย ปฏิบัติการสลับหมุนเวียนเปลี่ยนผลัดกันตลอด 24 ชั่วโมง บรรยากาศภายในวอร์รูมแห่งนี้จึงขวักไขว่ไปด้วยนายตำรวจที่เดินเข้าออกตลอดเวลา

บริเวณประตูทางเข้ามีห้องทำงานเล็กๆ ของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ย้ายห้องทำงานจากสำนักงาน ผบ.ตร. ชั้น 7 มาอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด และบางครั้ง พล.ต.อ.อดุลย์ ก็นอนในห้องนี้เหมือนกับตำรวจที่ทำหน้าที่เช่นกัน

โฆษก ศอ.รส. บอกแค่ว่าวอร์รูมแห่งนี้คือที่รวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่นำมาใช้งานเพื่อควบคุมดูแลการปฏิบัติงานรักษาความสงบเรียบร้อย

ยังมีห้องย่อยซึ่งตั้งอยู่อีกมุมหนึ่ง โดยในห้องนี้ พล.ต.ต.ปิยะ จะทำงานร่วมกันกับทีมงานเพื่อคัดกรองข่าวสารตลอดเวลาและมีการเฝ้าดูข่าวจากสำนักข่าวอื่นๆ ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นข่าวในประเทศและต่างประเทศ

“พื้นที่ตรงนี้จะมีตำรวจที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งยุทธศาสตร์ เทคโนโลยี หน่วยพิสูจน์หลักฐาน หรือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ก็จะเข้าเวรยามมาปฏิบัติหน้าที่กันโดยตลอด และผมก่อนที่จะแถลงก็จะมีการมารับทราบข้อมูลประเมินสถานการณ์ และใช้ภาพจากจุดต่างๆ เป็นตัวกำหนดเนื้อหาก่อนจะออกไปแถลงให้มวลชนทราบ ข้อมูลทุกอย่างจะถูกกลั่นกรองตามยุทธวิธีของตำรวจซึ่งก็คือของจริงทั้งหมด”

“ข่าวสารจากสำนักข่าวต่างๆ เราก็ต้องดูให้หมด ทั้งฝ่ายที่ชอบเราหรือฝ่ายที่ไม่ชอบเรา ผมต้องไว้ใจทีมงานของผม เพราะพวกเขาคือผู้ที่เชี่ยวชาญจริงๆ ข้อมูลข่าวสาร การข่าวเพื่อประเมินสถานการณ์ หากมีเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นก็ต้องเร่งรีบออกไปชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะฉะนั้นข่าวของตำรวจก็คือความจริงอยู่แล้ว ผมย้ำได้เลย” โฆษก ศอ.รส. ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI