posttoday
หวั่นการเมืองรุนแรงจนชินชา

หวั่นการเมืองรุนแรงจนชินชา

30 ธันวาคม 2556

สถานการณ์ของการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ถือว่าเข้าสู่จุดเปราะบางที่สุด ด้วยเพราะเหตุรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นแทบรายวัน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายทั้งจากฝั่งของผู้ชุมนุมเองรวมถึงฝั่งของตำรวจด้วย

สถานการณ์ของการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ถือว่าเข้าสู่จุดเปราะบางที่สุด ด้วยเพราะเหตุรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นแทบรายวัน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายทั้งจากฝั่งของผู้ชุมนุมเองรวมถึงฝั่งของตำรวจด้วย

สุนัย ผาสุก ผู้ประสานงานฮิวแมนไรต์วอตช์ จับตาดูภาวะทางการเมืองครั้งนี้อย่างใกล้ชิดและให้ความเห็นเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจะตระหนักในความรับผิดชอบทั้งต่อกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว และแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“เราเสียเลือดเนื้อกันมาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว สิ่งที่ควรจะต้องกระทำจากทุกฝ่าย หรือกลุ่มการเมืองต่างๆ ทั้ง กปปส. คปท. หรือกระทั่ง นปช.เอง จะต้องประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ฝ่ายของตัวเองจะไม่ใช้ความรุนแรงและไม่สร้างเงื่อนไขใดๆ ที่จะยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ขณะที่รัฐบาลต้องดำเนินการตามหลักการสากลอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องประกาศก่อนเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม

ทั้งนี้ กรณีที่เกิดความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุขึ้นแล้ว รัฐก็ควรจะเปิดโอกาสให้กระบวนการความยุติธรรมเข้าไปทำงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้ คือ ทั้งสองฝ่ายต่างแถลงข่าวแบบปัดความผิดว่าตัวเองไม่ผิดเลย และทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐและผู้ชุมนุมยังชิงสรุปเหตุการณ์ไปแล้วล่วงหน้า ต่างฝ่ายต่างแชร์ข้อมูลที่เห็นว่าตัวเองถูกต้องและฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้กระทำ แต่ละฝ่ายจึงควรทบทวนบทบาทของตัวเองในการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ซึ่งนั่นจะเป็นมาตรการที่ไม่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของฝ่ายตัวเองในอนาคต” สุนัย กล่าว

ผู้ประสานงานฮิวแมนไรต์วอตช์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งในขณะนี้ คือ วัฒนธรรมการทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด ซึ่งเป็นแนวคิดที่ซ่อนอยู่ในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับที่รัฐบาลพยายามที่จะผลักดันก่อนหน้านี้

“ร่างนี้มันลอยครอบอยู่ข้างบนและฝังร่างลึกที่แสดงให้เห็นว่า เป็นเรื่องน่ากังวลที่ความรุนแรงทางการเมืองจะมีกฎหมายมาช่วยให้พ้นผิดได้อีกในอนาคต ที่ผ่านมาตายเยอะ เจ็บเยอะ เผาเยอะ ก็ยังนิรโทษได้ คนที่ทำผิดหรือก่อความรุนแรงในวันนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อาจจะหวังว่า ในอนาคตจะมีกฎหมายออกมาล้างผิดให้ตัวเองได้เช่นกัน” สุนัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้