สัญญาณรุ่นแรงต่อเนื่อง คปท. สังเวยเลือดอีกศพ
สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่โหมดรุนแรงเต็มรูปแบบ หลังจากการปะทะระหว่างกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย
สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่โหมดรุนแรงเต็มรูปแบบ หลังจากการปะทะระหว่างกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. จนมีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีกนับร้อย ล่าสุดเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์ทอง ไปจอดที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก แล้วใช้ปืนไม่ทราบชนิดยิงถล่มใส่การ์ด คปท. ที่ยืนดูแลความเรียบร้อยบริเวณแนวรั้วด้านหลังเวทีปราศรัย จากนั้นขับรถวนไปที่แยกมิสกวัน แล้วกราดยิงซ้ำอีกครั้ง
เหตุดังกล่าวส่งผลให้การ์ด คปท.ได้รับบาดเจ็บ 4 คน คือ 1.เสน่ห์ โลหะศาสตร์ 2.ประวิทย์ ทองแปรง 3.สุรพงษ์ สมแคล้ว และ 4.ยุทธนา องอาจ โดย ยุทธนา ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อช่วงเช้ามืด โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุชนิดอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้ วัตถุพยานที่ตำรวจได้มาเป็นเพียงปลอกกระสุนที่การ์ดเก็บเอาไว้ให้
พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประสานขอตั้งด่านร่วมกับกลุ่ม คปท.มาตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ หลังจากนี้จะร่วมกันทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนชนิดใดก่อเหตุ
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุดังกล่าว การ์ด คปท.ได้ขยายพื้นที่การดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมจากบริเวณแยกพาณิชยการยาวไปถึงแยกนางเลิ้ง ขณะที่ถนนพระราม 5 ขยายแนวกั้นแผงเหล็กไปถึงแยกวัดเบญจฯ ส่วนถนนพิษณุโลก ขยายแนวกั้นแผงเหล็กและมียางรถยนต์ขวางไปถึงทางเข้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม เพื่อป้องกันไม่ให้มือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ตั้งข้อสังเกตว่าใน กทม.มีการนำอาวุธดังกล่าวเข้ามาได้อย่างไร ทั้งที่ตำรวจมีการตั้งด่านเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมไว้หลายจุด และการขนอาวุธสงครามก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากตำรวจจะรู้เห็นเป็นใจ
เอกนัฏ กล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้ ทาง กปปส.ต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมที่เข้มงวดมากขึ้น และอยากให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมารับผิดชอบการคุมสถานการณ์และชี้แจงกรณีดังกล่าว รวมถึงนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. กล่าวว่า ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางลงพื้นที่ตรวจเก็บหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีคำสั่ง ย้ายพล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รับผิดชอบงานสอบสวน) ไปปฏิบัติราชการที่ สตช. โดยให้ขาดจากต้นสังกัดและขาดจากการบังคับบัญชาในตำแหน่งเดิม
สาเหตุคำสั่งดังกล่าว มีรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ไม่พอใจที่ พล.ต.ต.ชยุต ออกหมายจับกลุ่มแกนนำ คปท.ที่พามวลชนไปชุมนุมและพยายามเข้าไปภายในศูนย์กีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง รวมถึงในคดีอื่นๆ ซึ่งมีความล่าช้า







