
ชาวนาระงมรัฐชิ่งจ่ายเงินจำนำข้าว
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
นับวันยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้น สำหรับการจ่ายเงินให้กับชาวนาข้าวรอบใหม่ของฤดูการผลิตปี 2556/2557 วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท เพราะรัฐบาลบริหารโครงการล้มเหลวชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้เงินขาดมือจ่ายให้ชาวนารอบใหม่ไม่ทัน
ปัญหาจ่ายเงินรุนแรงมากขึ้น เมื่อชาวนาหลายจังหวัดเริ่มออกมาประท้วงว่า ได้มีการนำข้าวไปจำนำกับโรงสีและได้ใบประทวนมาเป็นเวลานับเดือน แต่ยังไม่ได้รับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ขณะที่รัฐบาลรักษาการ ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังก็โยนเผือกร้อนว่าการจ่ายเงินเป็นหน้าที่ของ ธ.ก.ส. และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ ธ.ก.ส. มีเงินแต่ไม่ยอมจ่ายชาวนา จนสหภาพของ ธ.ก.ส.ออกมาตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้กระทรวงพาณิชย์เป็นต้นตอของปัญหา เพราะระบายข้าวไม่ได้ ส่วนที่ระบายได้ก็ขายขาดทุน จนทำให้เงินไม่พอจ่ายชาวนารอบใหม่
ซึ่งหากว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว โครงการรับจำนำรอบใหม่ฤดูการผลิตมีปัญหาตั้งแต่อนุมัติโครงการ เพราะเงินที่ต้องใช้ในโครงการ 2.7 แสนล้านบาท ในความเป็นจริงต้องมีการใช้เงินกู้ใหม่ทั้งหมด เพราะวงเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ใช้ในโครงการรับจำนำข้าวไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ที่เป็นเงินที่กระทรวงการคลังค้ำเงินกู้ ให้ ธ.ก.ส. 4.1 แสนล้านบาท และเงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. อีก 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาได้ใช้วงเงินดังกล่าวไปหมดแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการใช้เงินจำนวนเกินกรอบ 5 แสนล้านบาท ไปอีกถึง 1.8 แสนล้านบาท โดย ครม. ได้อนุมัติให้ใช้เงินสำรองของ ธ.ก.ส. จ่ายไปก่อน เท่ากับว่าในช่วง 2 ปี ของโครงการรับจำนำมีการใช้เงินไปถึง 6.8 แสนล้านบาท
จากตัวเลขดังกล่าวก็เห็นชัดเจนว่า ไม่มีเงินเหลือที่จะใช้ในการรับจำนำรอบใหม่ของฤดูการผลิต 2556/2557 วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท หากจะทำก็ต้องกู้เพิ่มเท่านั้น แต่เนื่องจากรัฐบาลกลัวจะถูกโจมตีทางการเมืองว่าต้องกู้เงินเพิ่ม จึงพยายามซิกแซ็กว่าเงินที่จะมาใช้จำนำรอบใหม่ส่วนหนึ่ง 1.3 แสนล้านบาท มาจากการระบายของกระทรวงพาณิชย์ และอีก 1.4 แสนล้านบาท จะต้องกู้ใหม่เพิ่ม
แต่ในความเป็นจริงในขั้นตอนการปฏิบัติทำได้ยาก เพราะลำพังของเงินที่ใช้ในรอบ 2 ปี ที่เป็นวงเงิน 6.8 แสนล้านบาท มีมติ ครม. ต้องลดวงเงินให้เหลือไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ซึ่งต้องใช้เงินจากการระบายของกระทรวงพาณิชย์
ขณะที่การรับจำนำรอบใหม่ก็ต้องใช้เงินจากการระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์อีก 1.3 แสนล้านบาท จึงเป็นเรื่องยากที่กระทรวงพาณิชย์จะระบายข้าวมาใช้ 2 ส่วนได้ทัน โดยเฉพาะในการจ่ายเงินรับจำนำรอบใหม่ เพราะเงินที่ได้จากการระบายข้าวต้องไปโปะเงินส่วนเกินให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 5 แสนล้านบาทก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมีกำหนดเส้นตายกำหนดอยู่ก่อนสิ้นปี
ดังนั้น ทำให้ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ก็ต้องบริการเฉพาะปันเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์บางส่วนไปจ่ายให้กับชาวนารอบใหม่ ทำให้เหมือนว่าการจ่ายเงินจำนำข้าวยังจ่ายได้อยู่เป็นปกติ ไม่มีปัญหา แต่ข้อเท็จจริงมีชาวนาส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้เงิน และชาวนาส่วนใหญ่ยังต้องถือใบประทวนรอรับเงินไม่รู้อนาคตต่อไป
เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าการระบายของกระทรวงพาณิชย์มีสารพัดปัญหา ทั้งระบายข้าวไม่ได้ ขายขาดทุน มีการทุจริตดำเนินการไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการขายข้าวแบบจีทูจีก็กำลังถูกตรวจสอบว่าเป็นของปลอม การระบายข้าวโดยทำข้าวถุงก็กำลังถูกตรวจสอบว่าไม่มีการทำจริงและมีการนำข้าวไปเวียนขายต่อ ทำให้มีปัญหาเงินหมุนเวียนการรับจำนำข้าวรอบใหม่
ปัญหาของการจ่ายเงินรับจำนำข้าวอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คือ ในส่วนของการกู้เงินเพิ่มอีก 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการตั้งแต่ก่อนมีการยุบสภาไม่มีปัญหา แต่ในช่วงที่เป็นรัฐบาลไม่ดำเนินการ เพราะต้องดึงการกู้เงินออกไปให้นานที่สุด เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปโจมตี
นอกจากนี้ การกู้เงินเพิ่ม 1.4 แสนล้านบาท ไม่ได้อยู่ในแผนการก่อหนี้ของงบประมาณปี 2557 หากดำเนินการจะต้องเข้าให้คณะกรรมการกำกับนโยบายบริหารหนี้สาธารณะ ที่มี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน และเสนอให้ ครม. เห็นชอบ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการเพราะไม่ต้องการให้เป็นเป้าโจมตี
การบริหารโครงการรับจำนำข้าวแบบขอไปทีของรัฐบาล มาถึงทางตันเมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภาทำให้ทุกอย่างติดล็อกไปหมด เพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถออกนโยบายใหม่ได้ ไม่สามารถกู้เงินใหม่ได้
ถึงแม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะทำเรื่องไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ารัฐบาลจะสามารถกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวได้หรือไม่ ซึ่ง กกต. ไม่ได้ระบุว่าทำได้หรือไม่ แต่ได้แจงให้รัฐบาลทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความเสี่ยงที่รัฐบาลจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นการให้ผลประโยชน์ก่อนการเลือกตั้งและเป็นการสร้างภาระให้กับรัฐบาลใหม่
จากการระบุ ของ กกต. หากตีความแบบไม่เสี่ยงก็บอกเป็นนัยให้รัฐบาลทราบว่าการกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้โครงการรับจำนำข้าวตกหล่มทันที
ขณะที่ฟากของการระบายของกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ทำหนังสือถามไปยัง กกต. ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำสัญญาขายข้าวได้หรือไม่ ซึ่งแนวโน้มน่าจะออกมาต่างกับการกู้เงิน ถึงแม้ว่าจะทำได้ แต่ในฐานะรัฐบาลรักษาการจะกล้าขายข้าวขาดทุนหรือไม่ และคงไม่มีข้าราชการคนไหนกล้าตายเซ็นขายข้าวขาดทุนเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับต้นทุนที่รับจำนำมา
เมื่อการกู้เงินและการระบายข้าวติดล็อกทั้งคู่ ทำให้โครงการรับจำนำข้าวถึงทางตันถอยหลังเดินหน้าไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายต่างที่เกี่ยวข้องก็โยนเผือกร้อนออกจากตัว กระทรวงพาณิชย์โยนการจ่ายเงินจำนำข้าวเป็นหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ขณะที่ ธ.ก.ส. ก็โยนกลับว่าไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนา เพราะกระทรวงพาณิชย์ไม่ยอมขายข้าวส่งเงินมาให้ธนาคาร
แม้แต่กิตติรัตน์ก็ยังกล่าวยังมีอารมณ์ว่า ไม่ต้องมาถามเรื่องจำนำข้าวกับผม ให้ไปถามฝ่ายประจำ เพราะผมไม่ได้ดูเรื่องนโยบายแล้ว ส่วน รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ก็ปัดของร้อนออกจากตัวบอกไม่รู้เรื่องการกู้เงินเพิ่มรับจำนำข้าว เป็นเรื่องที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) คุยกับ ธ.ก.ส. ซึ่งทาง สบน.ก็ปิดปากเงียบเรื่องกู้เงินใหม่ทำได้หรือไม่
วิกฤตจำนำข้าวที่เกิดตอนนี้ จึงสาหัสไม่แพ้วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น จากการเปิดเผยของลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ธนาคารจ่ายเงินให้ชาวนาปีการผลิต 2556/2557 จำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท จากชาวนาที่ได้รับใบประทวนแล้วมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ธนาคารมีวงเงินหมุนเวียนเพื่อจ่ายชาว 3.9 หมื่นล้านบาท จะจ่ายชาวนาได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้เท่านั้น
ลักษณ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เงินระบายข้าวจากพาณิชย์ 1.62 แสนล้านบาท เงินจากสำนักงบประมาณได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายชดเชยส่วนต่างจากโครงการอีก 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องนำไปชดเชยเงินที่ใช้เกิน 5 แสนล้านบาท
จากข้อมูลของลักษณ์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เงินใช้มาจ่ายจำนำข้าวรอบใหม่มีไม่กี่หมื่นล้านบาท และ ธ.ก.ส.ก็จะไม่ใช้เงินเกินกรอบ 5 แสนล้านบาท เพราะไม่มีมติ ครม. ให้ดำเนินการ และรัฐบาลรักษาการก็คงไม่มีอำนาจให้ดำเนินการได้ ทำให้การใช้เงินในช่องนี้ถูกปิดตายไปด้วย ส่งผลให้โครงการรับจำนำนำสาหัส คนที่รับกรรมคือชาวนาที่ลงทุนลงแรงขายข้าวแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน และไม่มีใครบอกว่าจะได้รับหรือไม่







