
ส่องกล้องมองเศรษฐกิจโลกในปี 2557 นัยต่อเศรษฐกิจไทย
ผมคิดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้ น่าจะมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นนะครับ จากข้อมูลเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้คาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวร้อยละ 3.6 ในปี 2557 จากร้อยละ 2.9 ในปี 2556 ซึ่งเราคงจะต้องติดตามเศรษฐกิจประเทศหลักๆ ของโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 4 ขั้วมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก คือ
ผมคิดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้ น่าจะมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นนะครับ จากข้อมูลเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้คาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวร้อยละ 3.6 ในปี 2557 จากร้อยละ 2.9 ในปี 2556 ซึ่งเราคงจะต้องติดตามเศรษฐกิจประเทศหลักๆ ของโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 4 ขั้วมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก คือ
1.เศรษฐกิจสหรัฐ ผมมองความชัดเจนของนโยบายการคลังในประเทศสหรัฐหลังจากที่รัฐสภาบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในความต้องการของตลาดแรงงาน และมูลค่าสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น น่าจะเป็นแรงผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ทำให้สามารถขยายตัวจากอัตราร้อยละ 1.8 ต่อปี ในปี 2556 เป็นร้อยละ 2.42.6 ในปี 2557 ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนที่สุด ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐออกมาประกาศนโยบายลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือที่เรียกกันว่า QE Tapering ครับ
2.เศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน ผมคาดว่ากลุ่มเศรษฐกิจยูโรโซนในที่สุดก็ออกมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2557 หลังจากที่เศรษฐกิจหดตัวในปี 2556 ที่ร้อยละ 0.4 ต่อปี เป็นขยายตัวร้อยละ 0.81 ต่อปี ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรปจำเป็นต้องมีนโยบายให้สถาบันการเงินยุโรปปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้ได้ รวมทั้งดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดตั้งสหภาพธนาคาร (Banking Union) หรือสหภาพทางการคลัง (Fiscal Union) ในอนาคตต่อไป
3.เศรษฐกิจญี่ปุ่น ผมประเมินว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะยังคงเติบโตในปี 2557 ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของนโยบายการเงินแบบขยายตัวภายใต้นโยบาย Abenomics ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนให้สูงขึ้น ขณะที่นโยบายการคลังอาจจะเข้มงวดมากขึ้น ผ่านการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยที่ผมมองว่า ญี่ปุ่นจะสามารถเติบโตที่ร้อยละ 1.21.3 ในปี 2557 นี้
4.เศรษฐกิจจีน ผมเชื่อว่าประเทศจีนจะได้รับประโยชน์จากอุปสงค์จากต่างประเทศที่มีแนวโน้มจะดีขึ้นในปี 2557 โดยที่เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจยูโรโซนจะสามารถเติบโตได้เร็วขึ้น ขณะที่อุปสงค์ในประเทศอาจจะมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลจีนที่ค่อนข้างจะชะลอการลงทุนภายในประเทศ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลกลางที่จะไม่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ผมคาดว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2557 น่าจะยังขยายตัวได้ดีที่ร้อยละ 7.37.5 ต่อปี
ทั้งนี้ เมื่อเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณบวกเช่นนี้ ก็น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นสำคัญ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ต่างๆ มองว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2557 น่าจะสามารถขยายตัวได้ที่ร้อยละ 4 โดยคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เราทราบกับดีเรื่องปัญหาการเมืองที่อาจทำให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่อาจมีความล่าช้ากว่าที่คาด โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเม็ดเงินตามแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ตามคำสั่งของศาลปกครอง และการเบิกจ่ายเม็ดเงินตามแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่อยู่ระหว่างรอผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ การประกาศยุบสภาของรัฐบาลยังคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐให้เกิดความล่าช้าได้ ดังนั้น โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า แม้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยบวกสำหรับเศรษฐกิจไทย แต่เราคงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากปัจจัยบวกนี้อย่างเต็มที่ หากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงยืดเยื้อออกไปที่จะส่งผลกระทบทางลบต่อการท่องเที่ยวของไทย และส่งผลให้การเบิกจ่ายโครงการลงทุนของภาครัฐมีความล่าช้าออกไปอีก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยลดลงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ครับ







