
ไกรศักดิ์เผยอาจถอดใจไม่ลงเลือกตั้งหากพื้นที่ไม่ปลอดภัย
ไกรศักดิ์เผยอาจขอสละสิทธิไม่ลงเลือกตั้ง หากแกนนำเสื้อแดงไม่สามารถให้การรับประกันได้ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงระหว่างหาเสียง จี้นายกฯสานต่อเรื่องฆ่าตัดตอน
ไกรศักดิ์เผยอาจขอสละสิทธิไม่ลงเลือกตั้ง หากแกนนำเสื้อแดงไม่สามารถให้การรับประกันได้ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงระหว่างหาเสียง จี้นายกฯสานต่อเรื่องฆ่าตัดตอน
นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคอีสานกล่าวว่า แนวทางปรองดองที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศและจะนำไปสู่การจัดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย. เป็นข้อจำกัดที่สะท้อนถึงความด้อยประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และสะท้อนว่ากองทัพไม่ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าแม้จะสามารถยุติความรุนแรง การนองเลือด และการรัฐประหารได้ แต่ก็หยุดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
"ผมไม่มั่นใจว่าระหว่างการหาเสียงจะยังมีความรุนแรงอยู่อีกหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ความขัดแย้งกระจายอยู่ทั่วไป หากทีมหาเสียงของปชป.ไปปราศรัยที่จ.อุบลราชธานี อาจจะมีระเบิดเอ็ม 79 มาที่เวที ทำให้คนของพรรคตายคาไมโครโฟนก็เป็นได้ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผมจะขอสละสิทธิไม่ลงเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องขอดูท่าทีแกนนำคนเสื้อแดงก่อนว่า นอกจากจะรับโรดแมปของนายกฯแล้ว จะให้การรับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงระหว่างการหาเสียงอีก นอกจากนี้คนที่มีหมายจับจะต้องยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย"นายไกรศักดิ์กล่าว
นายไกรศักดิ์ ยังแสดงความเห็นต่อการประกาศแนวทางปรองดองของนายกฯเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยังทำงานไม่มากพอ โดยเฉพาะนโยบายเรื่องที่ดิน การแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการจัดตั้งศาลสำหรับคนจนขึ้นมา ซึ่งสิ่งที่อยากให้รัฐบาลใช้เวลาที่เหลืออยู่แก้ปัญหาที่สุด คือแก้ปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิ โดยเฉพาะการสะสางเหตุการณ์ฆ่าตัดตอน
"ที่ผ่านมาเคยมีการตั้งคณะกรรมการที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน เพื่อหาที่มาของผู้เสียชีวิตตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด จำนวน 2.8 พันคน แต่ปรากฏว่ายังทำงานไม่เสร็จคณะกรรมการดังกล่าวก็หมดอายุไป ทั้งที่พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 4 ร้อยคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่เหลือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากฝีมือเจ้าหน้าที่ที่ต้องการทำเป้าตามนโยบายเท่านั้น"นายไกรศักดิ์กล่าว







