
ชู‘ยิ่งลักษณ์-สมชาย’ชนะถล่มทลาย
หลังจากพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สมัคร เบอร์หนึ่ง และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี สามี เยาวภา หรือเจ๊แดง น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เบอร์สอง เพื่อเป็นนายกฯ สำรองนั้น สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าพรรคจะชนะถล่มทลาย
หลังจากพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สมัคร เบอร์หนึ่ง และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี สามี เยาวภา หรือเจ๊แดง น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เบอร์สอง เพื่อเป็นนายกฯ สำรองนั้น สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าพรรคจะชนะถล่มทลาย
“การที่ให้ ยิ่งลักษณ์ เบอร์ 1 และ สมชาย เบอร์ 2 นั้น เป็นความมั่นใจของพวกเรา อยากบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ยิ่งลักษณ์ ไม่ต้องลงหาเสียงอะไรมาก พวกผมลุยเอง แล้วยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้งด้วยแล้ว รับรองชนะถล่มทลาย เพราะชาวบ้านรักและต้องการยิ่งลักษณ์ กลับมาทำงาน” อดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 40 พรรคเพื่อไทย กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การใส่ชื่อคนตระกูลชินวัตร อยู่ในลำดับ 1 และ 2 จะเป็นการเติมเงื่อนไขความขัดแย้งหรือไม่ อดิศร กล่าวว่า สังคมประชาธิปไตย มันขัดแย้งกันอยู่แล้ว ไม่มีใครคิดเห็นเหมือนกันไม่สามารถบังคับให้คนอื่นเห็นเหมือนกันได้
“การจะให้ยิ่งลักษณ์ หรือคนตระกูลชินวัตรเว้นวรรค ตามคำเรียกร้องของศัตรูนั้นทำไม่ได้ ไม่ถูกต้อง” อดิศร กล่าว
ด้าน ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงจะพูดคำเดียวว่า จะใช้ความอดทน ไม่อยากตอบโต้ และไม่อยากเพิ่มความขัดแย้ง เพราะมีหน้าที่ที่จะประคับประคองจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่
“อยากขอร้องผู้ชุมนุมว่าการไล่ล่ากันแบบนี้ไม่ได้เป็นผลดีเลย และถามว่าวันนี้ประเทศเราต้องการความสงบ ก็พยายามทำให้บ้านเมืองสงบอย่างเต็มที่ ก็ต้องขอร้องเพราะว่าเราก็เจ็บปวดกันมามากแล้ว” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า กลุ่ม กปปส.ต้องการไม่ให้ตระกูลชินวัตร เล่นการเมือง ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ต้องตัดสินใจด้วยการเลือกตั้ง ถ้าคิดว่าตระกูลชินวัตรไม่สามารถทำประโยชน์ได้ ก็พร้อมน้อมรับ
ขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) วิจารณ์ว่า การจัดลำดับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องครอบครัว ตระกูลมาอยู่เหนือสิ่งอื่นใด และไม่แปลกใจที่มีการจัดแกนนำคนเสื้อแดงมาอยู่ในลำดับต้นๆ เพราะมีการบอกแล้วว่า จะเดิน 3 ขา คงไม่ตัดขาใดขาหนึ่งออก มีแต่ต้องพยายามรวบรวมพลพรรคให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น
บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความมั่นใจว่า หาก กกต.ปฏิบัติหน้าที่ ให้การรับสมัครแล้วเสร็จจนถึงขั้นจับหมายเลขผู้สมัคร เชื่อว่าการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. 2557 จะเกิดขึ้นได้ และยืนยันพรรคชาติไทยพัฒนา ถือเป็นอิสระ ไม่ได้จับมือกับพรรคการเมืองใด และยังคงเป็นมิตรที่ดีกับทุกพรรคการเมือง รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
“หากจะมองว่าพรรคชาติไทยพัฒนา เคยอยู่กับรัฐบาลและยังคงฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ ก็มองได้ แต่จะไปสัญญากันได้อย่างไร ตอบอะไรกันไม่ได้ ถ้าเขาได้ 300 กว่าเสียง จะทำอย่างไร มันไม่แน่หรอกของอย่างนี้” บรรหาร กล่าว
วันเดียวกัน พรรคชาติพัฒนา ได้เปิดตัว สส.ปาร์ตี้ลิสต์ โดย พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพ ภาคที่ 2 ซึ่งเป็นประธานซูเปอร์บอร์ด กสทช. ลงเป็นเบอร์ 1 ณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษา รมว.อุตสาหกรรม เบอร์ 2 วัชรา ณ วังขนาย อดีต สส.นครราชสีมา เบอร์ 3 ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค เบอร์ 4 และ 5.ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรค เบอร์ 5
ขณะที่ ประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต สส.นครราชสีมา กล่าวว่า สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ได้ขอเวลาตัดสินใจว่าจะลงสมัครหรือไม่ จนถึงปลายสัปดาห์นี้ เบื้องต้นเชื่อว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่
ด้านพรรคเล็กๆ นั้น จำลอง ดำสิม หัวหน้าพรรคกสิกรไทย กล่าวว่า ได้ยื่นสมัครเป็นลำดับที่ 5 ในอาคารกีฬาเวสน์ 2 โดยส่งเอกสารตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันที่ 23 ธ.ค.แต่ยังไม่ได้มอบเงิน จึงขอเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการแจ้งด่วนหากมีการนัดจับสลาก
“พวกผมไม่ได้ลักหลับ ถามว่าตั้งแต่ตีหนึ่งมาเป็นวันที่ 23 หรือไม่ และผมเดินไปเองจะมาหาว่าลักหลับได้ยังไง” จำลอง กล่าว
สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองแรกที่ลงชื่อยื่นใบสมัครแบบบัญชีรายชื่อที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 เมื่อเวลา 03.00 น.ของวันที่ 23 ธ.ค. เล่าว่า ได้เดินทางเข้าไปในอาคารกีฬาเวสน์ 2 ตั้งแต่ 21.00 น. ของวันที่ 21 ธ.ค. แต่ยังลงเวลามายื่นใบสมัครไม่ได้เพราะยังไม่เข้าวันรับสมัคร และเข้าไปนอนที่เดียวกับเจ้าหน้าที่ของ กกต. จนเจ้าหน้าที่ตื่นมาเวลา 02.30 น. จึงได้ขอลงชื่อไว้เป็นหลักฐานเมื่อเวลา 03.00 น.
สุรทิน บอกด้วยว่า ทางพรรคได้เตรียมผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อแล้ว 54 คน และแบบแบ่งเขต 140 คน โดยมีแน่ๆ ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพยายามให้มีผู้สมัครทุกเขตภาคใต้







