posttoday
ทางออกประเทศตามหลักสากล

ทางออกประเทศตามหลักสากล

23 ธันวาคม 2556

มีผู้อ่านจำนวนมากได้ติดต่อให้ผู้เขียนช่วยวางโรดแมป หรือแผนที่การเดินทางสำหรับทางออกแห่งความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยปัจจุบัน โดยใช้โมเดลการบริหารความขัดแย้งแบบสากลมาเป็นกรอบ ซึ่งผู้เขียนในฐานะหนึ่งที่เป็นอาจารย์พิเศษด้านการเจรจาต่อรองและการบริหารจัดการความขัดแย้ง จึงขอไม่ขัดศรัทธาท่านผู้อ่านและเพื่อนพ้องน้องพี่อีกเป็นจำนวนมากที่เฝ้าติดตาม

มีผู้อ่านจำนวนมากได้ติดต่อให้ผู้เขียนช่วยวางโรดแมป หรือแผนที่การเดินทางสำหรับทางออกแห่งความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยปัจจุบัน โดยใช้โมเดลการบริหารความขัดแย้งแบบสากลมาเป็นกรอบ ซึ่งผู้เขียนในฐานะหนึ่งที่เป็นอาจารย์พิเศษด้านการเจรจาต่อรองและการบริหารจัดการความขัดแย้ง จึงขอไม่ขัดศรัทธาท่านผู้อ่านและเพื่อนพ้องน้องพี่อีกเป็นจำนวนมากที่เฝ้าติดตาม

เนื่องจากพื้นที่ของการตีพิมพ์มีน้อย ผู้เขียนจึงขอนำเสนอบทความออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1.การสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความขัดแย้ง

และ 2.การนำเสนอกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งแบบสันติ

เรามาดูส่วนแรกกันก่อน ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงของความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย โดยมีตัวละครหลักที่เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง 2 ตัวละคร ได้แก่ 1.ฝ่ายรัฐบาล และ 2.ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล หรือฝ่ายที่ต้องการล้มล้างระบอบคอร์รัปชั่นของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร หรือที่เรียกกันในชื่อย่อว่า กปปส. หรือมวลมหาประชาชนผู้รักชาติ หรืออะไรก็แล้วแต่

สถานะล่าสุดของความขัดแย้งมาอยู่ที่การที่รัฐบาลตัดสินใจประกาศยุบสภา กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นรัฐบาลรักษาการและเรียกร้องให้ฝ่ายต่อต้านยกเลิกการชุมนุมต่อต้าน และหันหน้ามาเจรจาต่อรองเพื่อร่วมกันหาทางออกให้แก่ประเทศไทย

ขณะที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไม่ยอมรับการยุบสภา ไม่ยอมรับข้อเสนอที่จะให้มีการเจรจาต่อรองของรัฐบาลและประกาศยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ เพื่อปูทางไปสู่การตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่ประชาชนยอมรับ และการตั้งสภาประชาชน ซึ่งจะทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศทั้งระบบให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใต้กฎกติกาของประเทศชุดใหม่ โดยข้อเสนอของฝ่ายต่อต้านได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาล โดยอ้างว่าไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราใดๆ เปิดช่องให้ดำเนินการได้

โดยสรุป รัฐบาลไม่ยินยอมทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายต่อต้าน โดยอ้างการไม่มีกฎหมายใดๆ รองรับข้อเสนอของฝ่ายต่อต้านในทางปฏิบัติ ซึ่งฝ่ายต่อต้านก็ยังคงยืนกรานจุดยืนเดิม คือ รัฐบาลรักษาการต้องลาออกและประกาศว่าข้อเสนอการตั้งสภาประชาชนขึ้นมาเพื่อปฏิรูปประเทศนั้น สามารถกระทำได้ตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

จากข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนกล่าวสรุปมาทั้งหมดข้างต้น จะเห็นว่า ทั้งรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านมีทั้งจุดยืนและเหตุผลในการไม่อ่อนข้อให้กันและกันแตกต่างกันออกไป จนไม่สามารถที่จะประสานความแตกต่างและหาทางออกร่วมกันได้ ถึงแม้ว่าจะมีหลายๆ ฝ่ายในหลายภาคส่วนของสังคมพยายามออกมาตั้งเวทีเพื่อช่วยกันหาทางออกแห่งความขัดแย้งให้แก่ประเทศไทยอย่างสันติ

ในสัปดาห์หน้ากลับมาติดตาม “การนำเสนอกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งแบบสันติ” กันต่อครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน