
"มวลมหาประชาคุย"วอนเร่งปฏิรูปประเทศ
พลังเสียงประชาชนวอนปฎิรูปประเทศไทย แนะกระจายอำนาจท้องถิ่นชัด พร้อมแก้6 ปมปัญหาพฤติกรรมคนไทยก่อนเลือกตั้ง 2 ก.พ.57
พลังเสียงประชาชนวอนปฎิรูปประเทศไทย แนะกระจายอำนาจท้องถิ่นชัด พร้อมแก้6 ปมปัญหาพฤติกรรมคนไทยก่อนเลือกตั้ง 2 ก.พ.57
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. บรรยากาศการเสวนาในเวที "มวลมหาประชาคุย" จัดขึ้นที่ สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีตัวแทนกลุ่มประชาชนเกือบทุกภาคส่วนของประเทศทยอยเข้ามาลงทะเบียน และร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดเป็นหลักในงานเสวนา ครั้งนี้ คือ ทิศทางในการแกัปัญหา เพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย จากในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่เคยมีทางออกให้กับประชาชน หรือ กลุ่มชุมชนที่มีปัญหา ทำให้กลุ่มชุมชนดังกล่าว ต้องออกมาจัดการด้วยการออกมาชุมนุมประท้วงในเรื่องต่างๆ ซึ่งเห็นไดัตลอดช่วงที่ผ่านมาถึงในขณะนี้
พร้อมยกกรณีเขื่อนปากมูล ที่ชาวบ้านออกมาต่อสูัไม่ต่ำกว่า24 ปี ต่อการปิดเขื่อนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ของชุมชน ขณะที่ภาครัฐหรือกลุ่มการเมือง กลับไม่เคยมีทางออกให้กับเรื่องดังกล่าว แต่กลับไปปกป้องผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนมากกว่าประชาชน ซึ่งรัฐจะต้องถีบตัวเองออกมาจากกลุ่มทุนให้ได้ก่อน จึงจะเรียกว่าเป็นการปฏิรูป โดยมารับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้นายทุน
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนไทยในสังคม ที่ถูกละเลยมานาน อย่างกลุ่มชาวเล ในภาคใต้ซึ่งเป็นกลุ่มชนเผ่าดั้งเดิมที่มีรกรากในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1,400 ปี ซึ่งหลังจากมีการแบ่งเขตแดนของประเทศเกิดขึ้น ก็ทำให้ชนกลุ่มนี้ ไม่สามารถออกไปนอกประเทศได้ หรือ แม้แต่มีสิทธิ์ไปเดินบนชายหาดทะเล ที่เป็นพื้นที่ทำกินเดิมของคนกลุ่มนี้ ที่ปัจจุบันกลับสงวนสิทธิ์ให้เป็นพื้นพักผ่อนของชาวต่างชาติไปแล้ว
วงเสวนาเห็นว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลสีเขียว(ที่มาจากการปฏิวัติ) รัฐบาลสีแดง หรือ รัฐบาลสีเหลือง ต่างก็ไม่เคยเข้ามาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนในชาติอย่างจริงจัง ที่ปัจจุบันมีกว่า 17 คดีที่ชาวเลถูกจับ และ 101 ครอบครัว ที่กำลังถูกฟ้องขับไล่พื้นที่ จากกลุ่มนายทุนเอกชนที่มีเอกสารสิทธิ์ถือครอง รวมถึงในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลยังไม่เคยเข้าไปดูแล หรือ พูดคุยในเรื่องกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น หรือ คนไทยแต่ไร้สัญชาติ เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาของไทย ที่มีปัญหามาช้านาน แต่กลับแก้ไขไม่ถูกจุดด้วยส่วนหนึ่งมาจากการที่กีดกันประชาชนหรือชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วม หรือจัดการ โดยต่อมานำไปสู่การยุบโรงเรียนขนาดเล็กไปในที่สุด ซึ่งก็เป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ที่สะท้อนคุณภาพของคนในประเทศไทยในที่สุดด้วย จากการที่พ่อแม่ส่งลูกเรียนปกติแล้วยังไม่พอ จะต้องส่งต่อไปเรียนพิเศษอีก ซึ่งภาครัฐผู้มีอำนาจจะต้องปฏิรูปเรื่องนี้ด้วย
เช่นเดียวกับแนวทางการรวมศูนย์กระจายอำนาจในระดับท้องถิ่น ที่เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจท้องถิ่น หรือ ระดับจังหวัดได้ชัดเจนเบ็ดเสร็จ เพื่อให้คนชนบทสามารถเข้าถึงไดัจริง ซึ่งรัฐจะต้องหาวิธีที่สมดุลย์เพิ่อแก้ไขให้ได้ทุกปัญหา ไม่ต้องให้ประชาชนต้องเดินทางออกมาชุมนุม หรือ เรียกร้องที่ส่วนกลาง จากการรวมศูนย์อำนาจในส่วนกลางเพียงแห่งเดียว
นอกจากนี้ วงเสวนายังมีการแสดงความคิดเห็นในเรื่อง การปลูกฝังการรับรูัสิทธิหน้าที่ของพลเมืองไทย โดยเห็นว่า คนไทย ควรมีความรู้ในข้อกฎหมายที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ใหัเจ้าหน้าที่รัฐมาใช้อำนาจหน้าที่เอารัดเอาเปรียบทางฎหมาย ซึ่งเป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิรูปด้วยเช่นกัน ซึ่งทางออกในเรื่องนี้ รัฐบาลทุกชุดจะต้องจริงใจในการแก้ปัญหา
ผู้ร่วมเสวนายังระบุว่าปัญหาหลักของประเทศไทย ในเวลานี้ คือ "คนไทยใจร้อน" เกินไป ซึ่งทางออกเบื้องต้นในขณะนี้ ควรหันมาใจเย็นร่วมกัน โดยจะต้องแก้ไข6 นิสัยหลัก ดังนี้ 1.เรามักเห็นแก่ตัว ขาดความเป็นส่วนรวม 2.เราขาดศักดิ์ศรี เพื่อส่วนรวม 3.เราขาดจิตสำนึก เพื่อส่วนรวม 4.เราขี้ขลาด ไม่รู้ความจริง 5.เสียงคนพูดความจริง เบาเกิน และ6.ปัญหาจากผู้มีอำนาจจากการเลือกตั้ง
ทั้งนี้เห็นว่า ไม่อยากให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยอยากให้มองว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นเรื่องท้าทายในการแก้ปัญหา ซึ่งผูัมีสิทธิ์มีเสียงจะต้องออกมาเลือกตั้ง ซึ่งนับจากวันนี้เหลือระยะเวลาเกือบ 40 วันเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ที่จะต้องแบ่งช่วงเวลาในการแก้ปัญหา และระยะเวลาในการพัฒนา ไปพร้อมๆกัน
ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @iwhale







