
พบกระทิงกุยบุรีตายเป็นตัวที่ 8
ประจวบคีรีขันธ์-พบกระทิงตายเพิ่มตัวที่ 8 สัตวแพทย์เผยสาเหตุอาจเกิดจากสารพิษในน้ำ
ประจวบคีรีขันธ์-พบกระทิงตายเพิ่มตัวที่ 8 สัตวแพทย์เผยสาเหตุอาจเกิดจากสารพิษในน้ำ
วันนี้ (21 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังทั้งจากสัตวแพทย์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ บ้านรวมไทย, ฝ่ายปกครองอำเภอกุยบุรี, เจ้าหน้าที่ อส. อำเภอกุยบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ WWF ประเทศไทย ตลอดจนชาวบ้านรวมไทย กว่า 40 คน แบ่งกำลังออกตรวจสอบพื้นที่โครงการพระราชดำริป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกครั้ง หลังพบซากกระทิงตายอยู่ในพื้นที่ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม พบตายต่อเนื่องเป็นตัวที่ 8 แล้ว
ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์สาโรจน์ จันทร์ลาด ประจำสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจสอบซากกระทิงพบว่า ส่วนใหญ่กระทิงที่ตายติดต่อกัน มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ น้ำหนักกว่า 1,500 กิโลกรัมขึ้นไป ตัวใหญ่ อ้วนถ้วนสมบูรณ์ ทุกตัวส่วนใหญ่ไม่พบบาดแผลว่าถูกทำร้าย และเป็นการตายในลักษณะฉับพลัน ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะได้รับสารพิษจากแหล่งน้ำในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดที่พบซากกระทิง
นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี และ นายปรีชา วิทยพันธุ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันเก็บตัวอย่างน้ำตามจุดต่างๆรวม 12 จุด ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำใกล้จุดพบกระทิงตาย ในพื้นที่โครงการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 24 ขวดๆละ 1,500 ซีซี รวมทั้งเก็บตัวอย่างดินโป่งเทียมที่มีการทำเพิ่มเติมในพื้นที่, เก็บตัวอย่างพืชมายราบชนิดไม่มีหนามที่มีสารไนเตรทสูง ตลอดจนถุงยาฆ่าแมลง, ยาฆ่าหญ้าชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการปลูกพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ติดกับพื้นที่
นอกจากนี้ ยังเก็บตัวอย่างเลือดของวัวชาวบ้านในพื้นที่ที่พบว่าป่วย 13 ตัว ซึ่งทั้งหมดมีการกล้ามเนื้อเกร็ง น้ำลายฟูมปาก โดยนำส่งหลักฐานทั้งหมดอย่างเร่งด่วนไปตรวจสอบที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าจะเชื่อมโยงกับการตายของกระทิงทั้ง 8 ตัวหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผลการตรวจจะออกมาภายใน 7 วัน







