posttoday
เทคโนโลยีไร้สายบลูทูธ เสี่ยงภัยถูกล้วงข้อมูล

เทคโนโลยีไร้สายบลูทูธ เสี่ยงภัยถูกล้วงข้อมูล

21 ธันวาคม 2556

ความพยายามของกลุ่มมิจฉาชีพที่พัฒนากลโกงโจรกรรมต่างๆ บนโลกมีหลากหลายรูปแบบ

โดย...เอกชัย จั่นทอง

ความพยายามของกลุ่มมิจฉาชีพที่พัฒนากลโกงโจรกรรมต่างๆ บนโลกมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนับเป็นภัยร้ายที่คอยสร้างปัญหาทางอาชญากรรมและความเสียหายทางสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีไร้สายอย่างโทรศัพท์มือถือ ซึ่งประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เป็นช่องทางที่ผู้กระทำความผิดใช้หลอกลวงผู้เสียหายได้ แม้จะมีการประกาศเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ แต่สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงกับการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “ไร้สาย”

พ.ต.ท.อุดมวิทย์ เนียมอินทร์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากนิยมใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต หรือใช้สัญญาณไวร์เลสในการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทั้งที่บ้านและสาธารณะ หารู้หรือไม่ว่าการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดก่อเหตุโดยง่ายแล้ว ยังทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุทำความผิดได้ยากลำบากขึ้นด้วย

เทคโนโลยีไร้สายบลูทูธ เสี่ยงภัยถูกล้วงข้อมูล

 

รองผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวอีกว่า การทำความผิดที่เคลื่อนที่ได้ เป็นการเคลื่อนที่ไร้ทิศทางอย่างสัญญาณไวร์เลสนั้นเป็นสัญญาณวิทยุ ปัจจุบันสามารถส่งสัญญาณออกไปเป็นรัศมีวงกลมในระยะทาง 100 เมตร ซึ่งหากมีผู้กระทำผิดตำรวจก็ไม่สามารถหาจุดศูนย์กลางได้ว่าอยู่จุดไหน และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยผู้ผลิตอุปกรณ์ได้พัฒนา และมีการใช้ไวร์แม็กสามารถเพิ่มการส่งสัญญาณได้ไกลขึ้นหลายสิบกิโลเมตร ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ความสามารถในการส่งสัญญาณได้ไกล กลายเป็นผลร้ายเปิดโอกาสให้โจรสามารถจับดักขโมยข้อมูลของเราได้อย่างไม่ทันรู้ตัว

“เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สมอลทอล์กหรือบลูทูธ เพิ่มความปลอดภัยในการสนทนาและการทำผิดกฎหมายจราจรในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างขับขี่ ผู้ใช้สมอลทอล์กคงไม่มีปัญหาที่ต้องน่าวิตกหรือเสี่ยงภัย แต่หากเป็นผู้ใช้บลูทูธขอเตือนว่าอาจเสี่ยงกับการถูกขโมยข้อมูลลับที่อยู่ในโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว และที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้น ถ้าท่านกำลังทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารผ่านโทรศัพท์ ซึ่งทำได้ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ ก็อาจถูกมิจฉาชีพใช้เครื่องมือดักจับสัญญาณฟังการสนทนาระหว่างผู้เสียหายกับธนาคาร”

เทคโนโลยีไร้สายบลูทูธ เสี่ยงภัยถูกล้วงข้อมูล

 

พ.ต.ท.อุดมวิทย์ ยังได้กล่าวถึงอันตรายของการใช้บลูทูธว่า พวกนักโจรกรรมข้อมูลหรือ แฮกเกอร์ มักเลือกก่อเหตุตามย่านธุรกิจที่มีผู้คนพลุกพล่าน โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน เป้าหมายคือประชาชนที่เปิดบลูทูธไว้ โดยจะมีโปรแกรมและเครื่องมือพิเศษสามารถสแกนหาสัญญาณบลูทูธในรัศมีที่สามารถดักจับได้ โปรแกรมดังกล่าวจะโชว์หมายเลขโทรศัพท์และชื่อของเจ้าของเครื่องนั้นๆ แฮกเกอร์จะทดลองเจาะเข้าไปทีละเครื่อง โดยการส่ง SMS ด้วยข้อความล่อลวงต่างๆ เพียงเพื่อให้ประชาชนกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งบนโทรศัพท์ และไม่ว่าจะเลือกกดปุ่มใดแฮกเกอร์ก็สามารถทำให้เป็นการตอบตกลงตามข้อเสนอ ผลที่ออกมาคือเหมือนเป็นการยืนยันการต่อสัญญาณให้แฮกเกอร์ หลังจากนั้นคนร้ายจะขโมยข้อมูลทั้งหมดและอาจพุ่งเป้าหมายไปที่การทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์

“ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการใช้ระบบสื่อสารไร้สาย ในเรื่องการใช้ไวร์เลสและบลูทูธว่า ส่วนใหญ่มีการทำกันเป็นขบวนการทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการส่ง SMS เข้ามาก่อน ถ้าหากผู้ใช้ไม่ระวังอาจตกเป็นเหยื่อได้ทันทีเมื่อเปิดเข้าไปดูหรือกดปุ่มใดปุ่มหนึ่ง โดยไม่สงสัยหรือไต่ตรอง ส่วนกรณีของผู้ที่จำเป็นต้องใช้บลูทูธแนะนำว่าไม่ควรเก็บข้อมูลสำคัญหรือเป็นความลับไว้ในเครื่องโทรศัพท์ เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้บูลทูธควรปิดสัญญาณ และหากมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมทางการเงิน ก็ไม่ควรจะใช้ในที่สาธารณะก็จะปลอดภัยที่สุด เพราะมิจฉาชีพกำลังจ้องมองคุณอยู่ทุกเวลา” พ.ต.ท.อุดมวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI