posttoday
'นปช.' รับโรดแมป 'อภิสิทธิ์' เศรษฐกิจไม่รุ่งริ่ง

'นปช.' รับโรดแมป 'อภิสิทธิ์' เศรษฐกิจไม่รุ่งริ่ง

05 พฤษภาคม 2553

การประกาศแผน 5 ข้อ เพื่อสร้างความสมานฉันท์และปรองดองในบ้านเมือง และจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นการถอยเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนทุกฝ่ายให้มามีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองในครั้งนี้ด้วย

การยอมลดทิฐิมานะเพื่อประเทศชาติ ได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจและประชาชนที่เป็นพลังเงียบ ซึ่งมีความต้องการให้ประเทศชาติกลับสู่ภาวะปกติ ยุติความขัดแย้งระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และรัฐบาล

ขอย้อนข้อเสนอ 5 ประการ ที่นายกฯ เสนอไว้ก็คือ

1.ประเทศไทยโชคดีที่มีสถาบันกษัตริย์หลอมรวมยึดเหนี่ยว แต่ระยะหลังมีคนจำนวนหนึ่งดึงสถาบันมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง คิดว่าการที่จะให้สังคมมีความปกติสุข ต้องช่วยกัน ไม่ให้ดึงสถาบันมาสู่ความขัดแย้ง ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำงานเชิดชูสถาบันกษัตริย์ อยากเชิญชวนทุกฝ่ายมาช่วยกันดูแล ไม่ให้มีการจาบจ้วงสถาบัน

2.เป็นหัวใจคือการปฏิรูปประเทศ แม้ความขัดแย้งมองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่มีรากฐานความไม่เป็นธรรมในสังคมทางเศรษฐกิจ หลายคนที่มาชุมนุมมีเงื่อนไขของความไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้เรื่องใหญ่ ถ้าปล่อยไปจะเป็นเงื่อนไขสู่ความขัดแย้งทางสังคม ต้องช่วยกันไม่ปล่อยเหมือนในอดีต ที่ไม่สามารถแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรม ถึงเวลาที่คนไทยจะได้รับการดูแลสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข และการมีรายได้ที่มั่นคง คนที่ไม่มีที่ทำกินมีหนี้สินท่วมตัวต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ จะดึงทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ไขโดยมีรูปธรรมอย่างเป็นระบบ สามารถยกระดับรายได้และสามารถประเมินผลได้

3.เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ต้องยืนยันเสรีภาพการแสดงออก แต่ระยะหลังเทคโนโลยีก้าวหน้า ใช้อำนาจสื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง อาศัยช่องว่างกฎหมายที่สื่อก้าวไปไกล ทั้งอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม วิทยุชุมชน หรือแม้แต่สื่อของรัฐ สื่อต้องมีสิทธิเสรีภาพแต่ต้องมีกลไกอิสระมากำกับ ต้องไม่เสนอข้อมูลข่าวสารมุ่งให้เกิดความขัดแย้งเกลียดชัง การดูแลสื่อไม่ละเมิดสิทธิ แต่ต้องใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์

4.หลังจากชุมนุมเคลื่อนไหว มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงและสูญเสีย เกิดข้อสงสัยต่างๆ นานา ไม่ว่าการสูญเสียเหตุการณ์ 10 เมษายน เหตุการณ์ที่สีลม หรือที่ดอนเมือง กระทบกระเทือนจิตใจประชาชนทุกเหตุการณ์ จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ต้องมีคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ และให้เกิดความเป็นจริงต่อสังคม

5.เกี่ยวกับการเมืองโดยตรง แม้นักการเมืองจะเป็นคนกลุ่มเล็ก แต่เป็นตัวแทนของประชาชน ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนานกว่า 45 ปีที่ผ่านมา เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมในหลายด้าน ทั้งรัฐธรรมนูญกฎหมายบางฉบับ การลิดรอนสิทธิผู้เกี่ยวข้องทางการเมือง ถึงเวลาเอามาวางและมีกลไกให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรื่องรัฐธรรมนูญ จนถึงความผิดการชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่เกิดความรู้สึกไม่ยอมรับ

หากกลุ่มเสื้อแดงยอมรับข้อเสนอนายกรัฐมนตรี และหันหน้ามาเจรจากันใหม่ เรื่องนี้จะเป็นข่าวดีของชาติ หากมองในแง่ของมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ยิ่งนับว่าจะเป็นข่าวดีมากต่อคนไทย

1 เดือน ที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกยึดสี่แยกราชประสงค์ ทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปเกือบแสนล้านบาท พอๆ กับการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดสนามบินสุวรรณภูมิ โรงแรม ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าย่อย และผู้ใช้แรงงานย่านราชประสงค์ที่ได้รับความเดือดร้อนเฉียด 1 ล้านคน ก็จะได้กลับเข้ามาทำงาน และมีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัวเสียที

หลังจากม็อบเลิกและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับเข้ามาช่วงขาขึ้นอีกครั้ง

เดิมในไตรมาสแรกของปีนี้ ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญดีขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การลงทุน และการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

พระเอกที่ดันให้เศรษฐกิจดีขึ้นคือ การส่งออกที่ขยายตัวสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะขยายเพิ่มเป็น 2528% ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าขยายตัว 3235% ส่งผลให้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 811% และดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นเป็น 8.511.5%

ส่วนการบริโภคและการลงทุนนั้น ในช่วง12 เดือนที่ผ่านมา ได้หดหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะความไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมือง อีกทั้งแหล่งที่ม็อบปิดล้อมเป็นย่านธุรกิจสำคัญของประเทศด้วย

หากโรดแมปของนายกรัฐมนตรีถูกขานรับจากกลุ่มคนเสื้อแดง ความมั่นใจที่จะบริโภคในประเทศก็จะกลับมา ซึ่งเป็นแรงขับดันสำคัญร่วมกับการส่งออก ทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 5.8% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัว 5.3% และปี 2554 เศรษฐกิจจะโต 5.0%

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของ ธปท. ส่วนใหญ่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวแข็งแกร่งในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าคาดมาก โดยเพิ่มขึ้น 32% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดังนั้นตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 1/2553 ที่จะประกาศโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในวันที่ 24 พ.ค. 2553 จึงมีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการเดิมที่ระดับ 7.50%

นอกจากการบริโภคในประเทศจะกลับมาแล้ว การท่องเที่ยวที่หดตัวลงอย่างรุนแรง นักท่องเที่ยวหายไป 25 ล้านคน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 16 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณแสนล้านบาท ก็จะกลับมาฟื้นตัวขึ้น ประเทศต่างๆ ที่ออกจดหมายเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้มาเที่ยวประเทศไทยก็จะเลิกเตือน

ดังนั้นการเลิกชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น มีแต่ผลดีมากกว่าผลเสีย และทุกคนก็จะได้ประโยชน์เหมือนกันหมด

สำหรับการลงทุนภาครัฐที่เคยชะงักไป เพราะข้าราชการเกียร์ว่างและรัฐบาลไม่มีเวลาไปพิจารณากระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากคอยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อสลายม็อบและดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรง

 

 

 

 

 

แบงก์ชาติปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 53 โต 5.8%จากเดิมที่ 5.3% และปี 54 โต 5.0% ชี้ผลกระทบการเมือง ทำไทยเสียโอกาสทั้งที่จะเติบโตเพิ่มได้อีก 0.9%ผวาทุบภาคท่องเที่ยวการบริโภคและการลงทุนใน3ไตรมาสที่เหลือแผ่วกนง.ตามติดสถานการณ์ความเสี่ยงหลังประเมินปัจจัยลบมีมากกว่าบวก ด้านกรณ์ จวกเหตุม็อบแดงฉุดจีดีพีแล้ว 0.5% กระทบเศรษฐกิจปีนี้โตต่ำเพียง 2%

จากกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ปรับประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2553 เป็น 4.35.8%สูงขึ้นจากการประมาณการเดิมเมื่อเดือนมกราคม2553 ที่ 3.35.3% และปี 2554 ที่ปรับประมาณการใหม่เป็น3.05.0% จากประมาณการเดิมที่ 2.84.8%

ต่อเรื่องนี้นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวานผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่าการประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี)ที่สูงขึ้นเป็นผลจากการฟื้นตัวที่ชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย จากไตรมาส 4 ปี 2552 ที่ขยายตัวถึง 5.8% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือขยายตัว3.6%จากไตรมาส2ปี2552ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ10 ปี และในไตรมาส 1 ของปีนี้ก็มีแนวโน้มขยายตัวสูงต่อเนื่องในระดับ89% (สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)และธปท.ประเมินตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกที่9%และ8%ตามลำดับโดยเทียบกับช่วงเดียวของปีที่แล้ว)

นอกจากนี้ยังมาจากปัจจัยการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ชัดเจนสนับสนุนให้การส่งออกสินค้าในระยะ 8ไตรมาสข้างหน้าขยายตัวดีกว่าประมาณการครั้งก่อน ประกอบกับการดำเนินนโยบายการเงินการคลังที่ผ่อนคลายสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจยังมีปัจจัยเสี่ยงในระยะต่อไปทั้งจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการใช้จ่ายภาคเอกชนในประเทศ, การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจช้ากว่าที่คาด, การแก้ไขปัญหามาบตาพุดและจากภัยแล้งที่อาจกระทบต่อผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรในอนาคตส่งผลให้แรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีแผ่วลง

ธปท.ประเมินว่าสถานการณ์การเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปี2554 ส่งผลให้จีดีพีปี2554มีโอกาสเติบโต3.05.0%โดยผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมปีนี้ลดลง0.9% และจะกระทบต่อเศรษฐกิจไตรมาสสองมากสุด

โดยผลต่อการท่องเที่ยวทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 3 ไตรมาสหลังของปี(ไตรมาส 2,3 และ4) หดตัวประมาณ 7%จากระยะเดียวกันของปีก่อนเมื่อเทียบกับแนวโน้มปกติที่ขยายตัว 4% 2.การบริโภคภาคเอกชนประมาณว่าอัตราการขยายตัวไตรมาสต่อไตรมาส จะเติบโต2.5%ต่อปี จากแนวโน้มปกติที่เติบโต 5.3%3.ผลกระทบด้านการลงทุนภาคเอกชนโดยในช่วง3ไตรมาสสุดท้ายที่เหลืออัตราขยายตัวไตรมาสต่อไตรมาส เฉลี่ยขยายตัว 5.1%เทียบกับแนวโน้มปกติที่โต 8.9%

ทั้งนี้ ในส่วนการลงทุนภาครัฐปีนี้ ธปท. คาดว่าจะเริ่มกระเตื้องขึ้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังคงยืนตามประมาณการเดิมคือ 9.511.5% ด้านการบริโภคภาครัฐเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากครั้งก่อนคือ 2.54% โดยมีเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนซึ่ง ธปท. ปรับลดลงเล็กน้อย 3.35.3% จากเดิม 3.55.5%

เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแรงส่งจากปัจจัยภายนอกที่ดี หากเราไม่ขัดขากันเองประเทศไทยคงไปโลด

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน