posttoday
นักวิชาการชี้ประชาชนตื่นตัวโอกาสสำคัญปฏิรูป

นักวิชาการชี้ประชาชนตื่นตัวโอกาสสำคัญปฏิรูป

19 ธันวาคม 2556

นักวิชาการนิด้าระบุการออกมาเคลื่อนไหวของประชาชนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการปฏิรูป ย้ำต้องเดินหน้าก่อนการเลือกตั้ง

นักวิชาการนิด้าระบุการออกมาเคลื่อนไหวของประชาชนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการปฏิรูป ย้ำต้องเดินหน้าก่อนการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่อง "ปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง ทางไหนไทยจะรอด" จัดโดยนิด้าว่า การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในปฏิรูปทางการเมืองโดยประชาชน เพราะเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองนั้น ไม่มีวันเกิดขึ้นได้จากฝ่ายการเมือง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ก็ไม่ดำเนินการเรื่องดังกล่าวหรือตรากฎหมายเพื่อลดอำนาจตัวเอง

"ปีนี้เป็นครั้งที่ประชาชนจะมีโอกาสมากที่สุดในการชี้ทิศทางของบ้านเมือง หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 ซึ่งพลังของประชาชนคือพลังที่บริสุทธิ์ ที่บอกความต้องการอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยควรมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลรักษาการณ์ที่เป็นกบฏต่อแผ่นดิน หมดความชอบธรรมที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนปฏิรูปการเมืองการเลือกตั้งเป็นเพียงการเลือกผู้บริหารมาทำหน้าที่ในสภาวะปกติ"นายบรรเจิดกล่าว

นอกจากนี้รัฐยังสามารถที่จะชิงความได้เปรียบจากการทุจริตเชิงนโยบายที่นำไปหาเสียงได้ เช่น โครงการจำนำข้าว ที่รัฐเร่งออกไปประทวนให้กับชาวนา 2 ล้านกว่าราย เพื่อบอกว่า ใครไม่เลือกหรือลงคะแนนให้ เงินที่ค้างอยู่ก็อาจจะไม่ได้ แบบนี้เป็นการใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน ระบบแบบนี้จะต้องถูกปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

นายบรรเจิด ย้ำว่า ต้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนจะมีการเลือกตั้ง เลขากฤษฎีกาชี้แจงว่าการเลือกตั้งต้องมีในวันที่ 2 ก.พ. 57 เท่านั้นเลื่อนไม่ได้นั้นถูกต้อง แต่ในทางกฎหมายใครเป็นคนกำหนดได้ก็เลื่อนได้ สมมุติว่าจะมีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 แต่หากเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่แบบปี 2554 การเลือกตั้งก็ทำไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งต้องพร้อมกันทั้งประเทศ ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาที่รัฐบาลจะเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้มีสภาปฏิรูปก่อนได้โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้เหตุการณ์เมื่อปี 2548 มีการเลือกตั้งสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการบอยคอตกันหลายพรรค และศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าโมฆะ โดยศาลให้เหตุผลว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 18 ล้านเสียง แต่มีผู้ไม่ลงคะแนน 9 ล้านเสียง และบัตรเสียอีก 1 ล้าน แสดงว่า คนไม่ประสงค์จะเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ ดังนั้น หากการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชนมันก็จะเดินไปสู่รูปแบบนั้นอีก ฉะนั้นเงิน 3 พันกว่าล้านบาทอาจสูญเปล่า โดยแนวทางการปฏิรูป ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกขั้วการเมือง ตระหนักถึงเรื่องนี้มาดำเนินการร่วมกัน

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ตัวแทนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์มราไม่ปกติ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งที่ไม่ใช่ของฝ่ายค้านและรัฐบาล การที่มีประชาชนออกมาเคลื่อนไหว ไม่ใช่แค่ออกมาเพื่อต่อต้านรัฐบาลที่ได้หมดความชอบธรรมแต่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในประเทศ

จุดยืนของกลุ่ม กปปส.นั้น ไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่ต้องการให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมจึงอยากเห็นการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เพื่อถ่ายโอนระบอบทักษิณ ให้ประชาชนเป็นผู้ดำเนินการ หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ. 57 เชื่อว่าจะไม่ได้รับสัตยาบันจากรัฐบาล ดังนั้น จึงไม่วางใจให้รัฐบาลได้เข้ามามีอำนาจในการปฏิรูปประเทศ

"การเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. โดยไม่มีการปฏิรูปการเมืองโดยภาคประชาชน จะเป็นการทำลายความตั้งใจในการออกมาชุมนุม ในตลอด50กว่าวันที่ผ่านมาซึ่ง ต้องยอมรับว่าเป็นการแสดงพลังครั้งประวัติศาตร์ ที่หากรัฐบาลมองข้ามก็จะถูกต่อต้าน รวมถึงไม่ไว้วางใจให้รัฐบาลรักษาการชุดนี้เป็นเจ้าภาพในการผลักดันการปฏิรูป และเชื่อว่าหากรัฐดันการปฏิรูปด้วยตัวเองต่อไป ก็จะได้บุคคลที่ประชาชนไม่ยอมรับมาเป็นประธาน"นายสุริยะใสกล่าว

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้