posttoday
หอการค้าชายแดนใต้หวังศก.โต40%ใน2ปี

หอการค้าชายแดนใต้หวังศก.โต40%ใน2ปี

19 ธันวาคม 2556

หอการค้าชายแดนใต้เสนอทุกรัฐบาลช่วยเหลือหวังกิดจ้างงาน30,000 อัตรา ศก.โต40เปอร์เซ็นต์ใน 2 ปี

หอการค้าชายแดนใต้เสนอทุกรัฐบาลช่วยเหลือหวังกิดจ้างงาน30,000 อัตรา ศก.โต40เปอร์เซ็นต์ใน 2 ปี

นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานหอการค้ากลุ่มภาคใต้ชายแดน และประธานหอการค้าจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ผลจากการประชุมหอกาค้ากลุ่มภาคใต้ชายแดน ได้มีมติเพื่อเสนอต่อ ประชุม ครม.สัญจร ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2556   อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาที่ผ่านมาที่จังหวัดสงขลา แต่ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นในประเทศ โดยครม.สัญจรต้องเลื่อนไปไม่มีกำหนด และแล้วในที่สุดทางรัฐบาลได้ประกาศยุบสภา แล้วกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่นั้น

ในประเด็นนโยบายนี้ทางหอการค้าชายแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังยืนยันในหลักการเดิมและนโยบายเดิม โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงการใดๆ ทั้งสิ้น หากมีรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ ก็จะทำการผลักดันถึงรัฐบาลชุดนั้นทันที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องแรกคือให้มีการขยายเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 

“โดยที่ผ่านมาเงินกู้ดอกต่ำ  จำนวน   25,000 ล้านบาท   กู้ผ่านประมาณ  18,000 ล้านบาท    ที่ยังคงเหลืออยู่ประมาณ  7,000 ล้าน   ฉะนั้นสถาบันการเงินจะต้องทำการเปิดกว้างเพื่อให้นักลงทุนประเภทต่าง  ๆ  รายเล็ก รายย่อย  เข้าถึงแหล่งเงินทุน  ที่ผ่านมาจะเข้าถึงแต่รายขนาดใหญ่   สถาบันการเงินยังดำเนินการไม่เต็ม  จะต้องเปิดกว้างและให้เต็ม”

นายณพพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า และรัฐบาลจะต้องสนับนักลงทุนจากภายนอกเข้ามาลงทุนในพื้นที่   โดยใช้ประมาณ  60,000 ล้านบาท  จังหวัดละ 20,000 ล้านบาท   ซึ่งเป็นเงินภาษีกับธุรกิจต่าง ๆ เช่น  ในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น  ซึ่งในการลงทุนครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มอัตราแรงงานถึง  30,000 อัตรา  และเศรษฐกิจจะขยายตัวเติบโตประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์  ในระยะเวลา 2 ปี

นายณพพงศ์  ยังกล่าวอีกว่า  ธุรกิจลงทุนที่เห็นได้ชัดเจนที่กำลังเติบโตขายตัวอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่อง คือตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์   และธุรกิจไม้ยางพารา   ธุรกิจประมง อาหารทะเล  ธุรกิจฮาลาล  และธุรกิจพลังงาน  เป็นต้น.

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI