
ดัชนีการคอร์รัปชั่นของไทยที่องค์การระหว่างประเทศเขามอง
เขียนเรื่องดัชนีเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของไทย (CPICorruption Perception Index) ที่ทำให้ไทยตกอันดับลงไปเรื่อยๆ จนเป็นอันดับที่ 102 ของโลกเท่ากับบางประเทศ เช่น เอกวาดอร์ และปานามา เป็นต้น ขณะที่ประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างอยู่ในอันดับที่ดีกว่าไทยทั้งนั้น ชึ่งผู้เขียนได้อธิบายหรือให้ข้อมูลไปว่าองค์การโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) คืออะไร เขาได้ CPI มาอย่างไร ก็พอดีได้มาเห็นบทความของ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่เขียนเรื่อง “ดัชนีความโปร่งใสของไทย” เมื่อความเลวร้ายถูกเปิดเผย โดยมีการให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์ไว้ว่าภาพพจน์ของประเทศไทยตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องและตกต่ำมากเป็นพิเศษในปีนี้ด้วยสาเหตุอะไร ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าถึงแม้ชื่อจะต่างกัน แต่ก็เป็นการพูดถึงเรื่องเดียวกัน คือ การที่ไทยถูกจัดอันดับโดย Transparency International แต่เป็นการเขียนเชิงวิเคราะห์ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและยังเป็นมุมมองของภาคธุรกิจ จึงได้ขออนุญาต ดร.มานะนำมาลงในคอลัมน์นี้ให้ได้อ่านกัน เป็นการขยายความให้เห็นเลยว่า การที่อันดับ CPI ของประเทศไทยเราตกเอาตกเอา
เขียนเรื่องดัชนีเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของไทย (CPICorruption Perception Index) ที่ทำให้ไทยตกอันดับลงไปเรื่อยๆ จนเป็นอันดับที่ 102 ของโลกเท่ากับบางประเทศ เช่น เอกวาดอร์ และปานามา เป็นต้น ขณะที่ประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างอยู่ในอันดับที่ดีกว่าไทยทั้งนั้น ชึ่งผู้เขียนได้อธิบายหรือให้ข้อมูลไปว่าองค์การโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) คืออะไร เขาได้ CPI มาอย่างไร ก็พอดีได้มาเห็นบทความของ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่เขียนเรื่อง “ดัชนีความโปร่งใสของไทย” เมื่อความเลวร้ายถูกเปิดเผย โดยมีการให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์ไว้ว่าภาพพจน์ของประเทศไทยตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องและตกต่ำมากเป็นพิเศษในปีนี้ด้วยสาเหตุอะไร ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าถึงแม้ชื่อจะต่างกัน แต่ก็เป็นการพูดถึงเรื่องเดียวกัน คือ การที่ไทยถูกจัดอันดับโดย Transparency International แต่เป็นการเขียนเชิงวิเคราะห์ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและยังเป็นมุมมองของภาคธุรกิจ จึงได้ขออนุญาต ดร.มานะนำมาลงในคอลัมน์นี้ให้ได้อ่านกัน เป็นการขยายความให้เห็นเลยว่า การที่อันดับ CPI ของประเทศไทยเราตกเอาตกเอานั้นไม่ใช่แต่จะเสียหน้า แต่ยังมีผลเสียทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ชึ่งก็ตรงกับที่ผู้ก่อตั้ง Transparency International ได้มองเห็น ในสมัยที่เขาตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขามองเห็นและพยายามแก้ไขนั้นเกิดขึ้นมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว การที่เราเพิ่งมาเริ่มทำภายหลังเขาถึง 20 ปี แต่หากเป็นการทำที่เอาจริงเอาจัง มีการร่วมมือกันอย่างแข็งขันทุกภาคส่วนก็ยังไม่ถือว่าสาย อย่างที่ผู้เขียนได้เขียนไปแล้วว่า__มาช้ายังดีกว่าไม่มา__และวันนี้ (อาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.) ตามที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจัดงาน เดินวิ่ง ต่อต้านคอร์รัปชั่น ก็เห็นมีคนมาร่วมเดินและวิ่งกันอย่างล้นหลาม เห็นแล้วก็ทำให้อดนึกถึงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่เพิ่งผ่านมาไม่ได้ นี่แหละศักดิ์ศรีของคนไทยที่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็สามารถร่วมมือ ร่วมใจ และรวมตัวกันได้เป็นล้านๆ คน เพื่อแสดงพลังได้อย่างไม่น่าเชื่อ การเดินของคนไทยวันนั้นผู้เขียนเชื่อว่าจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกหนึ่งหน้าแน่นอน และเช่นเดียวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น หากคนไทยร่วมมือร่วมใจกันก็เชื่อว่าถึงเราจะเริ่มช้ามาก แต่ก็จะยังคงประสบความสำเร็จแน่นอน
คราวนี้ก็ลองมาดูแนวคิดและบทวิเคราะห์ของผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นสิว่า เขามองว่าอะไรทำให้ภาพพจน์ด้านคอร์รัปชั่นของประเทศตกต่ำเลวร้ายลงขนาดนี้
การที่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยตกต่ำลงต่อเนื่องและตกต่ำเป็นอย่างมากในปีนี้ เกิดจากสาเหตุอย่างน้อย 5 ประการ ดังนี้
ประการแรก มีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในระดับรัฐบาล หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งโดยนักการเมืองและข้าราชการที่โกงทุกอย่างเมื่อมีโอกาสทำได้ รวมทั้งยังมีคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการของรัฐอย่างต่อเนื่อง
ประการที่สอง การคอร์รัปชั่นในภาครัฐ “ทำกันอย่างเปิดเผย” มากขึ้น ขณะที่พฤติกรรมที่คอร์รัปชั่นก็ “ถูกเปิดโปง” อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือของภาคเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาชน ที่ร่วมกันศึกษาติดตามข้อมูลเป็นอย่างดี ทำให้สังคมรับรู้ความจริงมากขึ้นว่าคอร์รัปชั่นกำลังเป็นภัยร้ายแรงเพียงใดในสังคมไทย เช่น การเรียกรับสินบนจากการออกใบอนุญาตต่างๆ โครงการใช้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท แก้ปัญหาน้ำท่วม โครงการสร้างโรงพักทั่วประเทศ มูลค่า 540 ล้านบาท โครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวของรัฐบาล โครงการรับจำนำพืชผลการเกษตรอื่นๆ หรือคดีการโกงของข้าราชการระดับปลัดกระทรวงและผู้ว่าการการท่องเที่ยว รวมถึงการคอร์รัปชั่นที่แพร่ระบาดอย่างรุนแรงในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น
ประการที่สาม มีการดำเนินโครงการสำคัญๆ ของรัฐอย่างไม่โปร่งใสและประชาชนขาดการมีส่วนร่วม เช่น โครงการใช้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท แก้ปัญหาน้ำท่วม โครงการใช้งบ 2 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างระบบสาธารณูปโภค โครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าว และโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV ของ ขสมก. เป็นต้น
ประการที่สี่ รัฐบาลนำนโยบายประชานิยมออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการเกือบทั้งหมดจะถูกนักวิชาการชี้ว่าเป็นโครงการที่หวังผลทางการเมือง เป็นตัวทำลายเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ตาม ในขณะเดียวกันยังไม่เคยปรากฏว่ามีมาตรการแก้ไขคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นจากรัฐบาลเลย นอกจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์
ประการสุดท้าย ระบบเล่นพรรคเล่นพวกในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปัจจัยสำคัญของขบวนการคอร์รัปชั่นได้ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ให้รับรู้กันอย่างแพร่หลายต่อเนื่อง
ในส่วนของผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยที่เป็นความเห็นของอาจารย์มานะคงต้องขอไปต่อคราวหน้า
เนื่องจากเนื้อที่หมดพอดี







