posttoday
ประเทศชาติสำคัญกว่าพรรค"มาร์ค"ลั่นยอมเจ็บเพื่อชาติ

ประเทศชาติสำคัญกว่าพรรค"มาร์ค"ลั่นยอมเจ็บเพื่อชาติ

18 ธันวาคม 2556

ที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ได้เลือกตั้งตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคสมัยที่สี่ โดยได้คะแนน 98% จากที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค

ที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ได้เลือกตั้งตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคสมัยที่สี่ โดยได้คะแนน 98% จากที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค

สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรค 35 คนที่ได้รับเลือก อาทิ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 5 คน โควตาหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย เกียรติ สิทธีอมร จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และอภิรักษ์ โกษะโยธิน

ส่วนรองหัวหน้าพรรคแต่ละภาค เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือ อัศวิน วิภูศิริ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ภาคอีสาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธาน สส.พรรค สาธิต ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง ที่เฉือนเอาชนะ อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง ขณะที่สาย สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต สส.สุราษฎร์ธานี ที่ส่ง ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต สส.นครศรีธรรมราช แพ้การเลือกตั้งให้กับ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง จากสาย ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ว่าที่รองเลขาธิการพรรค 5 คน ได้แก่ กนก วงษ์ตระหง่าน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา นราพัฒน์ แก้วทอง อดีต สส.พิจิตร เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช เจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต สส.กทม. รวมทั้ง ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค

ขณะที่ สส.ซีกฝั่งสุเทพ ที่เดิมเคยจะลงกรรมการ บริหารพรรค ได้แก่ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต สส. บัญชีรายชื่อ ศุภชัย ศรีหล้า อดีตรองเลขาธิการพรรค ได้ขอถอนตัว เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับคดียุบพรรคในการเคลื่อนไหวรวมกับมวลชนก่อนหน้านี้

อภิสิทธิ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมระหว่างกรรมการ บริหารพรรคชุดใหม่และชุดเก่าว่า จะให้สาขาพรรครวบรวมข้อมูลรับฟังความเห็นจากแต่ละพื้นที่ ทั้งเรื่องปฏิรูปและท่าทีการเลือกตั้ง และจะเรียกประชุมกับอดีต สส.ของพรรค ในวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. ว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งหรือไม่ และน่าจะได้ข้อยุติ

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะส่งผู้สมัครหรือไม่ส่ง ย่อมมีผลกระทบกับประเทศแน่นอน และเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ และเจ็บทุกทาง แต่หากทำให้ประเทศชาติไปสู่สิ่งที่ดีกว่าก็ต้องยอม เพราะประเทศต้องสำคัญกว่าพรรค

โจทย์ใหญ่เวลานี้ คือ การเดินหน้าสู่ 1.การปฏิรูป 2.รักษาประชาธิปไตย และ 3.จะต้องปราศจากความรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องยาก ซึ่งแม้ กปปส. และมวลชนจะเคยเป็นคนสนับสนุน หรือเคยสนับสนุนประชาธิปัตย์ แต่เวลานี้เป็นอิสระจากพรรค

สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองต่างๆ ก่อนจะลงรับสมัครเลือกตั้งสัปดาห์หน้า พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ที่มี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นแกนนำ ได้มีอดีต สส.หลายคนทยอยลาออก อาทิ สิทธิชัย โควสุรัตน์ อุดร ทองประเสริฐ นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ โดยจะไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ส่วนอีกกลุ่มได้ย้ายไปอยู่กับ พรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว

สำหรับ พินิจ จารุสมบัติ และปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แกนนำพรรค จะขอวางมือจากการเมืองชั่วคราว เพราะเห็นว่าการเลือกตั้งขณะนี้ไม่มีทางออก

สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนา บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ประกาศว่า จะลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และจะใช้สโลแกนในการหาเสียงว่า “ก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศไทย”

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI