
ปชป.คึกคักถกเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
ปชป. คึกคักประชุมใหญ่วิสามัญ เริ่มถกแก้ข้อบังคับพรรค "มาร์ค" ยันจุดยืนแก้ข้อบังคับเปิดกว้างหาคนร่วมทำงานกับพรรคเดินหน้าปฏิรูป
ปชป. คึกคักประชุมใหญ่วิสามัญ เริ่มถกแก้ข้อบังคับพรรค "มาร์ค" ยันจุดยืนแก้ข้อบังคับเปิดกว้างหาคนร่วมทำงานกับพรรคเดินหน้าปฏิรูป
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่โรมแรมมิราเคิลแกรนด์ บรรยากาศการประชุมประธานสาขาพรรค เพื่อเลือกตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เป็นไปอย่างคึกคักโดยมีบุคคลสำคัญของพรรคเข้าร่วม ทั้งผู้ใหญ่ในพรรคเช่น นายพิชัย รัตกุล อดีตหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย อดีตประธานที่ปรึกษาพรรค ซึ่งการประชุมในวันนี้มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2556
นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงเหตุผลการแก้ไขข้อบังคับพรรคครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปพรรค เพื่อเปิดกว้างให้บุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานกับพรรคได้จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการกลางพรรคที่ประกอบด้วย อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค ซึ่งยังเป็นสมาชิกพรรค และเปิดช่องให้สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ 18 ท่านซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค
ทั้งนี้คณะกรรมการชุดนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของกระแสสังคมที่ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศ พรรคจึงเปิดกว้างให้บุคคลความรู้ความสามารถมาร่วมงานกับพรรคเพื่อที่จะปฏิรูประเทศในอนาคตต่อไป 2.กรรมการบริหาร เดิมมี 19 คน ได้เห็นควรให้เพิ่มองค์ประกอบเป็น 35 คน เพิ่มรองหัวหน้า รองเลขาธิการ ตัวแทนสาขาพรรค ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการบริหารจากเดิม ที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่จาก 3 เป็น 7 คน
3. คณะกรรมการเขตพื้นที่ซึ่งเพ่ิมส่วนนี้ให้สอดคล้องและสามารถทำงานได้ละเอียดขึ้นในกรณีการรองรับการเลือกตั้งที่เดิมแบ่งเป็นภาค แต่คณะกรรมการเขตพื้นที่จะลงลึกรับผิดชอบโซนพื้นที่โซนต่างๆ ทั้งการหาผู้สมัคร ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ โดยคณะกรรมการเขตพื้นที่จะได้รับการมอบหมายจากเลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคและเสนอปัญหาตรงขึ้นมาได้ รวมทั้งเพิ่มวาระการทำหน้าที่ของประธานกรรมการสาขาพรรคจาก 2 ปี เป็น 4 ปี
ทั้งนี้ ในการปฏิรูปพรรคครั้งนี้หากที่ประชุมใหญ่วิสามัญเห็นด้วยกับการแก้ไขจากนี้ก็จะได้เลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ แต่ยังมีปัญหาว่า การทำหน้าที่ของกรรมการบริหารชุดใหม่ต้องรอการรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ แต่ได้มีการหารือกันว่าจะมีการหารือร่วมกับกรรมการบริหารชุดเก่า ชุดใหม่ และเปิดให้พิจารณากันอย่างกว้างขวาง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ลาออกจากเลขาธิการพรรค ซึ่งตามข้อบังคับพรรคได้หมายให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รักษาการณ์แทน และกล่าวขอบคุณนายเฉลิมชัยว่าเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการผลักดันการปฏิรูปพรรคให้เสร็จ แต่ก็มีสถานการณ์ทางการเมือง มีความผันผวนตลอดเวลา ต้องยอมรับการผลักดันเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทำได้ด้วยความยากลำบาก เพราะจังหวะเวลาที่จะระดมเพื่อนสมาชิกมาช่วยคิด และช่วยทำในเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ง่าย แต่นายเฉลิมชัยก็ได้ผลักดันภารกิจดังกล่าวจนเสร็จสิ้น จนนำมาสู่การประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคในวันนี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมักจะถามว่าไม่ค่อยเห็นนายเฉลิมชัยมีบทบาทตามหนังสือพิมพ์มากนักตนก็ขอบอกว่าตั้งแต่วันแรกที่นายเฉลิมชัยรับตำแหน่ง ก็บอกว่าบทบาทการทำหน้าที่มีงานหลายอย่างทางด้านการจัดการ การสนับสนุนพรรค การสร้างเครือข่าย การจัดระบบที่เป็นงานหลักที่นายเฉลิมชัยต้องการจะผลักดัน ส่วนบทบาทที่จะไปแสดงต่อสื่อมวลชนนายเฉลิมชัยเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้แล้ว วันที่นายเฉลิมชัยมายื่นหนังสือลาออกได้บอกอย่างหนักแน่น และท่านก็ขอยืนยันคำพูดคำไหนคำนั้นว่าจะไม่ดำรงตำแหน่งใดๆจะไม่เป็นเงื่อนไขและอุปสรรคใดๆทั้งสิ้นในการทุ่มเทให้กับพรรค







