posttoday
เงินทุนไหลออกไม่ระคายผิว

เงินทุนไหลออกไม่ระคายผิว

14 ธันวาคม 2556

ธปท.เกาะติดผลกระทบจากการเมืองโฆสิตหนุนหาทางออกปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ธปท.เกาะติดผลกระทบจากการเมืองโฆสิตหนุนหาทางออกปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ธปท.ระบุเงินทุนนอกไหลออกยังน้อยแม้มีปัญหาทางการเมือง หนุนหาทางออกประเทศ

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะมีสถานการณ์ความขัดแย้ง มีการต่อต้านทางการเมือง แต่เท่าที่ติดตามดูการไหลออกของเงินทุนไม่ได้น่าห่วงอะไร ไม่น่าจะรุนแรง แต่ประมาทไม่ได้ ที่ผ่านมามีไหลออกบ้าง แต่ไม่มาก

“สัดส่วนที่ต่างชาติลงทุนอยู่ตอนนี้ เขาคงไม่ขายทั้งหมด สัดส่วนตรงนี้ก็คิดเป็นเม็ดเงินไม่ได้เยอะมากแค่ 7-8 แสนล้านบาท หรือประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่เป็นเรื่องใหญ่ โดย ธปท.อาจจะเข้าตลาดบ้างในบางโอกาส” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

นายประสาร ยังกล่าวว่า เรื่องที่น่าห่วงในขณะนี้คือ เรื่องที่สังคมไทยเห็นไม่ตรงกันทางการเมืองที่กำลังจะหาทางออก นำไปสู่การปรับปรุงทางการเมืองของประเทศ เพราะน่าจะเป็นโจทย์ที่สำคัญ ซึ่ง ธปท. ติดตามดูโจทย์ใหญ่ทางการเมืองที่กำลัง หาทางออกกันอยู่ว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจ ปีหน้าอย่างไร แต่เวลานี้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะมีคนอาสาเสนอทางออกของประเทศ ทำให้เห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองน่าจะมีทางออกได้

นายประสาร กล่าวอีกว่า ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แม้จะมีเรื่องการชุมนุมต่อต้านทางการเมือง แต่ค่าเงินบาทไทยก็เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ แสดงว่าค่าเงินบาทมีเสถียรภาพพอสมควร

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารได้ประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ราว 3% โดยตัวแปรสำคัญคือการขยายตัวของภาคส่งออก ซึ่งขณะนี้ยังประเมินได้ยากว่าการส่งออกไทยจะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวมากน้อยเพียงใด หรือธุรกิจไทยได้สูญเสียตลาดและความสามารถในการแข่งขันไปแล้ว เรื่องนี้สำคัญกว่าปัจจัยทางการเมือง

นายโฆสิต กล่าวว่า สำหรับปัจจัยความเสี่ยงทางการเมืองนั้น เชื่อว่าหากมีการปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้งก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แม้ว่าอาจจะทำให้เสียเวลาการเลือกตั้งออกไป แต่ถ้าทำให้ประเทศก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งได้ก็ถือว่าคุ้มค่า แต่มีข้อแม้ว่าทุกฝ่ายจะต้องหาจุดร่วมกันได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก และการที่ภาคเอกชนเข้ามาเป็นเวทีกลางในขณะนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองจะมีผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในครึ่งปีแรกของปีหน้าให้ชะลอตัว ขณะนี้เครดิตของประเทศไทยเสียหายหมดแล้ว โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่เคยพูดไว้อาจไม่เกิดหรือล่าช้าไป แม้รัฐบาลเดิมกลับมาต้องใช้เวลาเรียกศรัทธา แต่ถ้าเปลี่ยนขั้วนโยบายต้องเริ่มใหม่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI