posttoday
ฝรั่งทิ้งหุ้น2แสนล.หนีม็อบ

ฝรั่งทิ้งหุ้น2แสนล.หนีม็อบ

13 ธันวาคม 2556

คาดปีหน้าเศรษฐกิจโต 3% เหตุการเมืองกดดัน ชี้ช่วงการเมืองวุ่นต่างชาติขายหุ้นไปแล้ว 2 แสนล้าน

คาดปีหน้าเศรษฐกิจโต 3% เหตุการเมืองกดดัน ชี้ช่วงการเมืองวุ่นต่างชาติขายหุ้นไปแล้ว 2 แสนล้าน

จากงานสัมมนา “2014 ทิศทางไทย ในกระแสโลก” จัดโดยสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 2.9% และประเมินปีหน้าจะขยายตัว 34% ซึ่งต่ำกว่าหลายหน่วยงานออกมาคาดว่าปีหน้าโต 5%

ทั้งนี้ เนื่องจากการเมืองกดดัน ส่งผลให้การลงทุนภาครัฐเกิดขึ้นน้อย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะการลงทุนของรัฐบาลมีเพียงโครงการขนาดเล็กเท่านั้น การเบิกจ่ายงบล่าช้า

ขณะที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ 2 ล้านล้านบาท และโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีโอกาสเกิดขึ้นยาก

นอกจากนี้ ประเมินว่าปัจจัยการเมืองจะกระทบภาพรวมเศรษฐกิจ การบริโภค รวมถึงกดดันตลาดหุ้นไทยไปจนถึงช่วงครึ่งแรกปี 2557 แม้จะมีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง แต่นโยบายอาจไม่ต่อเนื่อง และหากเปลี่ยนขั้วรัฐบาล นโยบายต่างๆ อาจไปเริ่มต้นใหม่ กรณีรัฐบาลใหม่มาจากการแต่งตั้ง อาจกระทบต่างชาติกังวลมากขึ้น

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า นับตั้งแต่ประเทศมีปัญหาการเมืองส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิหุ้นไทยแล้วประมาณ 2 แสนล้านบาท จากรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ที่มียอดซื้อสุทธิประมาณ 3 แสนล้านบาท และคาดว่าการเมืองจะกดดันตลาดหุ้นไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2557 ขณะที่ความน่าสนใจของหุ้นไทย ยังต่ำกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ อาทิสหรัฐซึ่งเศรษฐกิจอยู่ระหว่างการฟื้น ขณะที่อัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น(พีอี) เท่ากันที่ 15 เท่า

อย่างไรก็ดี ประเมินว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2556 จะเติบโตเพียง 8% เดิมมองว่าจะโตถึง 25% รับผลกระบทจากการเมือง และค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ในปี2556คาดว่าจะโต 15% รับปัจจัยบวกจากบาทอ่อนค่าหนุนธุรกิจส่งออก ขณะที่การบริโภคคาดว่าจะชะลอตัวต่อ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เวลานี้ทุกภาคส่วนต้องหาทางออกร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน ซึ่งจากการพูดคุยกับนักธุรกิจต่างชาติเวลานี้ยังแสดงความเป็นห่วงไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองไทยจะจบอย่างไรและปัญหาจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน เพราะปัญหาดังกล่าวจะกระทบกับเศรษฐกิจในไตรมาสแรกและไตรมาสสองของปีหน้า ทั้งภาคส่งออกภาคการท่องเที่ยว

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สผ.กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในปีหน้ามีทิศทางที่ดีขึ้น มีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจอเมริกาเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น เงินดอลลาร์เริ่มแข็ง อีกทั้งยังลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมัน และใช้ก๊าซหินดินดานเป็นพลังงานทดแทน ส่วนยุโรปเศรษฐกิจตกต่ำสุดแล้ว รอจะกลับมาโต ขณะที่จีนสามารถรักษาการชะลอตัวเศรษฐกิจได้ดี สำหรับไทยปีหน้าเศรษฐกิจจะชะลอ จากการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้ภาครัฐและเอกชนชะลอการลงทุนโครงการต่างๆ ดังนั้นการเติบโตต้องมาจากต่างประเทศแทน

ศ.เมธี เวชารัตนา ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมแห่ง New Jersey Institue of Technology มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเติบโตในเวทีโลกได้ ภาครัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ยังสูงออกมา หากไม่ให้ความสำคัญจะส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านล้าหลังแซงไทยได้ นอกจากนี้ไทยยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นสูง โครงเมกะโปรเจกต์ 2ล้านล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนน้อย เพราะจะเกิดคอร์รัปชั่น อยากให้คนไทยมีส่วนร่วมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้ประเทศเกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง "ในช่วง10ปีที่ผ่านมา เราต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเราต้องพึ่งพาการส่งออก 6070%ของจีดีพีทางเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจโลกเติบโตก็จะเติบโตไปด้วยกัน เมื่อปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกไม่ดี ช่วงกลางปีต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วม ปลายปีมีปัญหาทางการเมือง จีดีพีเศรษฐกิจปีนี้จะถึง3% หรือเปล่าก็ไม่รู้"

อย่างไรก็ตามไอเอ็มเอฟมองว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะดีขึ้น.5.6% จีดีพีเศรษฐกิจอาเซียนเฉลี่ยอยู่ที่5% ยกเว้นญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่3%

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI