posttoday
ปลัดกระทรวงประกาศจุดยืนหารือปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ปลัดกระทรวงประกาศจุดยืนหารือปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

12 ธันวาคม 2556

วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือเทียบเท่า ณ ที่ทำการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จ.นนทบุรี โดยมี ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นแกนหลักในการประชุม

วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือเทียบเท่า ณ ที่ทำการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จ.นนทบุรี โดยมี ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นแกนหลักในการประชุม

เบื้องต้น อําพน และ ชูเกียรติ ชี้แจงแนวทางปฏิบัติภายหลัง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ. 2557 เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในบทบาทของข้าราชการประจำภายใต้รัฐบาลรักษาการว่าอะไรที่ทำได้ ควรทำ และอะไรที่ทำไม่ได้ ไม่ควรทำ

หลังจากนั้น ที่ประชุมได้หารือเพื่อแสวงหาทางออกประเทศไทยจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ด้วยความกังวลห่วงใยและมีความเห็นร่วมกันแสดงจุดยืน โดยออกเป็นแถลงการณ์ 3 ข้อ คือ

1.ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นระบอบการปกครองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย

2.ท่ามกลางความขัดแย้ง ข้าราชการทุกคนซึ่งล้วนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งใจมั่นที่จะทำหน้าที่ในความรับผิดชอบจนเต็มกำลัง เช่นเดียวกับที่ได้ยึดถือปฏิบัติเสมอมา โดยน้อมนำพระบรมราโชวาทในการเป็นข้าราชการที่ดีมาเป็นแนวทาง ยึดมั่นในผลประโยชน์ของแผ่นดิน และความถูกต้องเป็นธรรม ด้วยความสุจริตเที่ยงตรง

3.การแก้ปัญหาความขัดแย้งเวลานี้ ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการเลือกตั้งแต่เพียงลำพัง ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีการหารือร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายในความขัดแย้ง บนพื้นฐานของสันติวิธีก่อนการเลือกตั้ง เพื่อแสวงหาสัญญาประชาคมว่าในอนาคตจะมีแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยที่เป็นรูปธรรมอย่างไร เพื่อการแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การยกร่างดังกล่าวมี ธงทอง และ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นำถกแถลงโดยการหารือร่วมกับปลัดกระทรวงทุกกระทรวง โดยเฉพาะในข้อที่ 3 มีความเห็นพ้องต้องกันว่าฝ่ายการเมืองทุกฝ่ายต้องมีการหารือร่วมกันถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้

นอกจากนี้ ต้องประกาศทำสัญญาประชาคมกับประชาชนว่าก่อนจะถึงวันเลือกตั้งมีแนวทางปฏิรูปประเทศไทยคร่าวๆ อย่างไร และหลังจากเลือกตั้งไปแล้วจะนำสัญญาประชาคมหรือข้อเสนอเหล่านั้นไปสู่แนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

อาทิ ปัญหาระยะห่างระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย ควรเป็นอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรม หรือฝ่ายการเมืองควรมีอำนาจมากน้อยแค่ไหนในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ หรือการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ควรมีแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งระดับฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติควรเป็นอย่างไร หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใดด้วยเหตุใด เป็นต้น

ที่ประชุมเห็นว่า นับจากนี้ก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองทุกพรรคต้องกล้าประกาศทำสัญญาประชาคมกับประชาชน มิใช่ทำสัญญาระหว่างพรรคการเมืองด้วยกันเอง เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันว่าก่อนและหลังการเลือกตั้งจะมีการปฏิรูปประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงตกลงนัดหารือกันทุกวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ ที่สำนักงาน ก.พ. จ.นนทบุรี ซึ่งการหารือครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 19 ธ.ค.นี้

ด้าน ธงทอง กล่าวว่า แถลงออกไปแล้วปรากฏว่ามีคนไปตีความต่างๆ นานา จึงอยากให้เข้าใจว่ามิได้หมายความว่าต้องการให้ยืดเวลาเลือกตั้งออกไปหรือไม่อยากให้ไม่มีการเลือกตั้ง แต่หมายความว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้คุยกันให้จบก่อนจะมีการเลือกตั้ง จะได้มีความชัดเจน มีประเด็นที่ต่างฝ่ายจะไปหาเสียงหรือกำหนดนโยบายในการหาเสียงเพื่อพูดคุยกันในการเลือกตั้งต่อไป แต่ถ้าคุยกันไม่จบจะมาคุยกันหลังเลือกตั้งอีกก็สุดแล้วแต่

“ขอเรียนอีกครั้งว่า พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเป็นพระบรมราชโองการ ถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง” ธงทอง กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI