
คลังหน้ามืดเร่งรีดภาษี
คลังปรับแผนรีดภาษี เหตุเก็บได้ต่ำกว่าเป้า เพราะเจอผลกระทบชุมนุมทางการเมือง
คลังปรับแผนรีดภาษี เหตุเก็บได้ต่ำกว่าเป้า เพราะเจอผลกระทบชุมนุมทางการเมือง
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะหารือกับอธิบดีกรมภาษี คือ กรมสรรพากร ศุลกากร สรรพสามิต เพื่อสรุปสถานการณ์และประเมินแนวโน้มการจัดเก็บภาษีในอนาคต
ทั้งนี้ การจัดเก็บรายได้ 2 เดือนแรกของปีงบประมาณในเดือนต.ค.-พ.ย.ของ 3 กรมภาษีนั้นต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลปีงบประมาณ 2557 ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 2.27 แสนล้านบาท
นายรังสรรค์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายสมชัย สัจจพงษ์ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหาแนวทางว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณควรจะปรับแนวทางการจัดเก็บภาษีของแต่ละกรมภาษีอย่างไรบ้าง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ที่วางไว้ และติดตามสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เก็บภาษีได้ต่ำ
สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้น ที่ยังไม่ได้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา แม้ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2556 คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายของกรมสรรพากรก่อนว่าขั้นตอนในขณะนี้ค้างอยู่ที่หน่วยงานใด เพราะถ้าไม่สามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ทันปีภาษีนี้อาจต้องเลื่อนการบังคับใช้ไปเป็นปี 2557
ทางด้านนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศยุบสภาไม่กระทบกับการเบิกจ่ายของรัฐบาล เพราะงบประมาณปี 2557 อยู่ระหว่างขั้นตอนการเบิกจ่ายอยู่แล้ว เป็นการดำเนินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นการทำงานของข้าราชการประจำ ไม่ได้เกี่ยวกับข้าราชการเมืองหรือรัฐมนตรีต่างๆ แล้ว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเบิกจ่ายที่ผ่านมามีความล่าช้า มาจากทั้งปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ และปัญหาการประท้วงของรัฐบาลของผู้ชุมนุมที่มีการยึดสถานที่ราชการ การเบิกจ่ายใน 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 คือในเดือน ต.ค. ถึง พ.ย. 2556 ที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะงบลงทุนที่ตั้งเป้าให้เบิกจ่ายได้1.4 แสนล้านบาท หรือ 32.93% ของงบลงทุนทั้งหมด ทำให้เบิกงบลงทุนได้เพียง 7,414 ล้านบาท หรือ 1.73%
อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า จะขอให้กระทรวงการคลังยกเลิกหนังสือเวียน 2 ฉบับ ที่จะต้องให้มีการประกวดราคาก่อนจัดซื้อจัดจ้างให้กลับไปใช้ตามระเบียบพัสดุปกติ ซึ่งเปิดทางให้มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษได้ทันที โดยที่ไม่ต้องประกวดราคาก่อนหรือจัดซื้อแบบอีออกชั่น ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายได้รวดเร็วกว่าเดิม







