
มวลชนหลายจังหวัดปิดล้อมศาลากลาง
มวลชนหลายจังหวัดปิดศาลากลางต้านระบอบทักษิณ ขณะที่อุดรธานีฝ่ายหนุนใช้ไม้คมแฝกไล่ตีฝ่ายต้านบริเวณหน้าศาลา
มวลชนหลายจังหวัดปิดศาลากลางต้านระบอบทักษิณ ขณะที่อุดรธานีฝ่ายหนุนใช้ไม้คมแฝกไล่ตีฝ่ายต้านบริเวณหน้าศาลา
กลุ่มพลังหมวลชนหลายจังหวัดทั่วประเทศคลื่นพลปิดศาลากลางจังหวัดต้านระบอบทักษิณอย่างคึกคัก เช่น ที่จ.นครศรีธรรมราช
จ.นครศรีธรรมราช หลายสถาบันการศึกษาปิดการเรียนการสอนให้นักเรียนเข้าร่วมเดินขบวนเต็มที่เปิดโอกาสการเรียนรู้ ภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภา ตั้งแต่ช่วงเช้าชาวนครศรีธรรมราชจำนวนหลายหมื่นคนได้มารวมตัวกันที่หน้าศาลากลางนครศรีธรรมราชตามนัดหมาย และเต็มไปด้วยเสียงไชโยโห่ร้อง พร้อมทั้งเสียงนกหวีด แม้บนเวทีจะประกาศให้ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาไปแล้วก็ตาม
จากนั้นได้เดินขบวนไปตามถนนราชดำเนินเต็มพื้นที่การจราจร ถนนราชดำเนินกลายเป็นธารมนุษย์ยาวกว่า 2 กิโลเมตร และเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการณ์พ้นจากหน้าที่ไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากหมดความชอบธรรมแล้ว ขณะที่สถาบันการศึกษาทั้งระดับมัธยม และระดับอาชีวะต่างหยุดการเรียนการสอนเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักเรียนออกมาร่วมกิจกรรมการเดินขบวนซึ่งเป็นการศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์ในการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ปิดเมืองหาดใหญ่ต้านระบอบทักษิณ
ที่บริเวณลานพระบิดา มอ.หาดใหญ่ กลุ่ม ม.อ.รักชาติ นำโดยนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไปกว่าพันคน เดินขบวนรณรงค์พร้อมแสดงพลังขับไล่ระบอบทักษิณ คู่ขนานไปกับกรุงเทพมหานคร เส้นทางการเดิน คือ เริ่มออกเดินทางจาก มอ.หาดใหญ่ ในเวลา 09.39 น. ผ่านถนนเพชรเกษมไปยังสำนักงานสรรพากรพื้นที่สงขลา 2 และเดินต่อไปยังย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองหาดใหญ่เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประขาชนออกมาร่วมเดินขบวนเพื่อแสดงพลัง ปลายทางคือที่ว่าการอำเภอสงขลา
เวลาเดียวก็ได้มีการรวมตัวกันของประชาคม ม.สงขลานครินทร์ ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อเดินขบวนจาก ม.อ.หาดใหญ่ มีเส้นทางการเดินคือ ออกจาก ม.อ.หาดใหญ่ เข้าไปยังถนนสาย 3 และเดินไปยังโรงแรมลีการ์เด้นพลาซ่า จากนั้นจะไปประกาศจุดยืนที่บริเวณหน้าโรงพักหาดใหญ่ ก่อนจะไปร่วมตัวที่ว่าการอำเภอทั้งนี้การเดินขบวนของทั้งสองออกมาเพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนอยู่อยู่บริเวณเส้นทางการเดินออกมาแสดงพลังขับไล่ระบอบทักษิณ ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีทั้งสองข้างทาง พร้อมทั้งมีประชาชนเดินออกจากบ้านเพื่อมาเดินขบวนด้วย
สุราษฎร์มวลชน-ข้าราชปิดเมืองล้นศาลากลาง
ที่จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มประชาชน แพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลในจังหวัด อาจารย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ครู นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยสารพัดช่าง รวมทั้งกลุ่มพลังมวลชนต่างๆกว่า 3 หมื่นคน แบ่งเป็น 5 สายจากสะพานนริศ หน้าวัดสามัคคี บางกุ้ง , โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และบางใหญ่ เดินขบวนมุ่งหน้าไปรวมตัวชุมนุมที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดจนแน่นขนัดล้นออกมานอกริมรั้วถนนดอนนก
ทั้งนี้ หลังจากกลุ่มพลังมวลชนไปรวมตัวที่หน้าเวทีการชุมนุม ปรากฏว่าข้าราชการ ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่บนอาคารศาลากลางจังหวัดทั้งหลังเก่าและหลังใหม่นับร้อยคนได้ปิดห้องทำงานลงมาร่วมชุมนุมด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
ปัตตานี5พันคนร้องจนท.ปิดไฟศาลากลางร่วมอาริยะขัดขืน
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานีได้มีกลุ่มมวลชนประมาณ 5 พันคนนำโดยบุคลากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีนำเครื่องยนต์หกล้อติดเครื่องขยายเสียงเข้ามารวมพลภายหน้าศาลากลาง เพื่อเรียกร้องข้าราชการศาลากลางหยุดทำงานเพื่อแสดงการอารยะขัดขืนต่ออำนาจรัฐ โดยมีการนำรถยนต์หกล้อตั้งเวทีภายในศาลากลางท่ามกลางผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก โดยมวลชนส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ ครูจากสถาบันการศึกษาต่างๆรวมทั้งกลุ่มขายแรงงานจากโรงงานในพื้นที่เข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำกรวยมาปิดถนนที่ผ่านบริเวณหน้าศาลากลางเด็ดขาดและถนนบริเวณหน้าลานพระรูป เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม
กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.กลุ่มมวลชนได้เรียกร้องขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการบนศาลากลางและข้าราชการอำเภอเมืองปัตตานีปิดไฟห้อง ออกมาอยู่ด้านนอกเพื่อแสดงอารยะขัดขืนและร่วมมือกับมวลชนในครั้งนี้ จนเป็นเหตุให้ศาลากลางจังหวัดปัตตานีมืดสนิท ท่ามกลางดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในส่วนของเวทีของการชุมนุมยังคงมีการปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลโดยไม่ยอมรับการตัดสินใจของการยุบสภาของนายกรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว พร้อมส่งเสียงโห่ร้อง มีการเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์การไม่พอใจของมวลชน
ยะลากว่า 5 พันคนแสดงพลังทั่วเมือง
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดยะลากลุ่มพลังมวลชนจากอำเภอต่างๆ ทั้งประชาชน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมกว่า 5 พันคน ได้เคลื่อนขบวนทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์และเดินเท้า ไปตามย่านการค้า ภายในเขตเทศบาลนครยะลา เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวยะลา ที่อยู่ตามบ้านเรือน รวมทั้ง หน่วยงาน รัฐวิสาหกิ จภายในเขตเทศบาลนครยะลา ให้มาเข้าร่วมชุมนุม ที่ด้านหน้าศาลากลาง จ.ยะลา ซึ่งในระหว่างทาง ก็มีการเป่านกหวีดตลอดเส้นทางด้วย
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 06.30 น.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมยะลา ได้นำกำลังปิดล้อมประตูทุกด้านของ ศาลากลาง จ.ยะลา ทำให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะเข้าไปทำงานภายในศาลากลางยะลาได้
ปิดถนนหน้าศาลากลางล้อการเมือง
ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางมาชุมนุม ตั้งแต่เช้า ทำให้ถนนบริเวณหน้าศาล ถูกปิดผู้ชุมนุมได้ตั้งเวทีปราศรัย สลับกับการแสดงมโนรา ล้อเลียนการเมือง พร้อมกับถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของมวลชนที่กรุงเทพฯ โดยมีนายนพพร อุสิทธิ์ สจ.เขตอำเภอสวี เป็นแกนนำบนเวที ส่วนนักเรียนนักศึกษาในเขตเทศบาลเมืองชุมพร ได้รวมตัวที่ลานหน้าเทศบาลเมืองชุมพร ก่อนเคลื่อนขบวนมายังศาลากลางจังหวัดชุมพร ทำให้ผู้ชุมนุมมีจำนวนมากขึ้นจนล้นไปยังสนามบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด
ขณะที่ส่วนราชการที่ทำงานในศาลากลาง มีเจ้าหน้าที่บางคนมาทำงานที่เร่งด่วนแต่ส่วนใหญ่ยังคงปิดสำนักงาน ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงรวมตัวบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร คาดว่ามีจำนวน 7-8,000 คน
พิษณุโลกปิดตายศาลากลาง
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณูโลก กลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาลชาวพิษณุโลก ประมาณ 1 พันคน ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าศาลหลักเมืองพิษณุโลก หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก จากนั้น ได้เคลื่อนขบวนเข้ามารวมตัวบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ต่างโบกธงชาติ เป่านกหวีด และปราศรัยต่อต้านรัฐบาล โดยปักหลักบริเวณหน้าถนน ไม่ได้เข้ามายังตัวอาคารศาลากลาง ขณะที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางนั้น นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.พิษณุโลก ได้ลงมาสังเกตุการณ์ และวันนี้ ได้ขึ้นป้าย ข้าราชการที่นี่ วางตัวเป็นกลาง พร้อมกับนำภาพเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาที่ศาลากลางจ.พิษณุโลกเมื่อ 27-28 กพ.2501 มาติดไว้บริเวณหน้าศาลากลาง
สุโขทัยร้องเร่งปฎิรูปประเทศ
กลุ่มพลังมวลชนชาวสุโขทัยต่อต้านระบอบทักษิณ ประมาณ 400 คน ได้รวมตัวกันแสดงพลังขับไล่รัฐบาลระบอบทักษิณ แม้จะมีการประกาศยุบสภาแล้วก็ตาม ที่บริเวณหน้าโรงเรียนอุดมดรุณี ก่อนมีการเคลื่อนขบวนมายังศาลากลางจังหวัดสุโขทัย เปิดเวทีปราศรัยแสดงจุดยืนให้มีการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน คอยดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาติดต่อราชการ
ลำปางวางดอกไม้จันหน้าศูนย์ราชการ
ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง กลุ่มประชาชนชาวลำปาง ที่ไม่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ในนามเครือข่ายคนลำปางรักชาติ ได้รวมตัวกันกว่า 200 คน ที่ข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา เทศบาลนครลำปาง ก่อนขึ้นรถแล้วเดินทางมายังศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง จากนั้นก็ได้ร่วมกันวางดอกไม้จัน บริเวณหน้าป้านศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ ที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานยุบสภา และยังรักษาการ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้เข้าไปยังศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง โดยทางกองร้อยชุดควบคุมฝูงชน สภ.เมืองลำปาง ได้อนุญาตให้เข้าไปอยู่บริเวณสนามหญ้า หน้าศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง เท่านั้น โดยไม่ให้ไปยืนอยู่บริเวณทางขึ้น เพื่อป้องกันความวุ่นวาย ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งการชุมนุม ก็เป็นไปปกติ ผู้ชุมนุมเป่านกหวีด และโบกธงชาติไทยไปมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ในการแสดงพลัง บุกศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง
พะเยาจี้จัดตั้งสภาประชาชน
นายชุมพล ลีลานนท์ ผู้ประสานงานสภาประชาชน 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมแนวร่วมกลุ่มม็อบนกหวีดต่อต้านรัฐบาลประมาณ 100 คน ชุมนุมกันที่บริเวณ หน้าศาลากลาง อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และประกาศชัยชนะที่รัฐบาลประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนนั้น โดยได้ยื่นหนังสือประกาศจุดยืนของกลุ่มต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ซึ่งนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นตัวแทนมารับมอบ และมีการล่ารายชื่อประชาชนจากทุกสาอาชีพให้ครบ 1,000 รายชื่อ เพื่อขอจัดตั้งสภาประชาชน ขณะที่ม็อบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ยื่นหนังสือต้านผ่านผวจ.พะเยา ต้านเลือกตั้งผู้ว่าฯและยุบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
เสรีชนระยองบุกศูนย์ราชการ
ที่บริเวณหน้าทีเอสเคปาร์ค ริมถนนสุขุมวิท ต.เนินพระอ.เมืองระยอง กลุ่มเสรีชนคนระยองกว่า 500 คนนำโดยนางสายธาร ปิตุเตชะ นางอำไพ วิงเวียน สท.เทศบาลนครระยอง ตั้งเต้นท์บนถนนสุขุมวิทรวม 3 เลนฝั่งขาออกเมืองระยอง โดยให้รถยนต์วิ่งผ่านได้1 เลน ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาว หลังจากกลุ่มเสรีชนคนระยองมาร่วมขบวนจนครบจึงออกเดินทางโดยรถยนต์กว่า 50 คันติดธงชาติทุกคัน มุ่งหน้าศูนย์ราชการจ.ระยอง
ด้่นนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า ข้าราชการมาทำงานตามปกติส่วนกลุ่มเสรีชนคนระยองจะเดินทางมาที่ศูนย์ราชการ ก็สามารถทำได้โดยไม่มีการสั่งปิดปรตูนย์ราชการแต่อย่างใด วอนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่าทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.สมนึบุริมทิศ. ผบกภ.จว.ระยอง นำเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจำนวนกองร้อยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า_หมู่เกาะเสม็ด นำโดย นายสุเมธ สายทอง หน.อุทยานฯและเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร
แดงอุดรควงคมแฝกขู่ไล่ฝ่ายต้าน
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี กลุ่มต่อต้านรัฐบาล 50 คน ส่วนใหญ่ผู้หญิงเดินทางมารวมตัวที่หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี ด้านถนนวัฒนานุวงศ์ ร่วมกันโบกธงชาติ เป่านกหวีด แสดงเจตนาเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกากรัฐบาลรักษาการณ์ โดมีเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ดูแลความเรียบร้อยในรั้วศาลากลาง และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย พร้อมรับสถานการณ์อยู่ภายใน โดยมีตำรวจในและนอกเครื่องแบบ มาดูความเรียบร้อยภายนอก
ขณะที่หน้าพลับพลาพิธีสนามทุ่งศรีเมือง หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี ด้านสนามทุ่งศรีเมือง มีการจัดรายการสดของสถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร ดำเนินรายการโดยนายขวัญชัย ไพรพนา หรือสาราคำ สัมภาษณ์นายอนันต์ ศรีพันธ์ และนายศราวุธ เพชรพนมพร ที่กลายเป็นอดีต สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ทำให้มีคนเสื้อแดงเดินทางมารวมตัว โดยเฉพาะมีการจัดชุดการ์ด 100 คน ที่จะทำหน้าที่เฝ้าดูแลศาลากลาง จ.อุดรธานี สวมเสื้อและกางเกงสีดำ มีผ้าแดงสามเหลี่ยมคล้องคอ บางคนเองมาใบหน้า
ต่อกลุ่มการ์ดคนเสื้อแดงทั้งหมด เคลื่อนตัวออกมาตามถนนอธิบดี อ้อมศาลจังหวดอุดรธานี ศาลแขวงอุดรธานี มุ่งหน้าไปที่หน้าศาลากลาง ด้านถนนวัฒนานุวงศ์ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนพร้อมโลห์ เคลื่อนออกมาตั้งแถวขวางถนนไว้ แต่พอกลุ่มการ์ดเคลื่อนมาถึงแนวตำรวจ มีการ์ดส่วนหนึ่งได้ไปเอาไม้ยาว 1 เมตร ลักษณะเจาะผูกเชือกรอยเหมือน "คมแฝก" ออกมาชูและตะโกนข่มขู่กลุ่มต่อต้าน โดยไม่มีใครออกมายอมรับว่าเอาไม้มาจากไหน เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำกลุ่มต่อต้าน เดินทางออกไปทางที่ทำการไปรษณีย์
อุบลตั้งเวทีคู่ขนานกรุงเทพฯ
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี มวลชนได้เข้ามาตั้งเวทีปราศรัยและกางเต้นท์ใช้รองรับมวลชนที่ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมคู่ขนานกับการเคลื่อนไหวของ กปปส.ที่กรุงเทพฯ โดยยังไม่มีกำหนดจะเลิกชุมนุมเมื่อใดซึ่งมีมวลชนกว่า 5 พันคน มาจากอ.เขื่องใน ม่วงสามสิบ ตาลสุ่มและพิบูลมังสาหาร ได้ตั้งเวทีปราศรัยโดยมีนายปรีชญา ฉ่ำมณี สจ.เขตดอนมดแดง ได้ขึ้นเวทีปราชัยโจมตี รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ฯ เป็นรัฐบาลโกงกินมากที่สุดที่เคยมีรัฐบาลมา เป็นรัฐบาลที่โกหกประชาชนว่าจะปลดหนี้ให้ประเทศแต่กลับไปกู้สร้างหนี้ให้กับประชาชนและประเทศชาติ แม้รัฐบาลจะประกาศยุบสภาก็จะไม่ยอมรับ จะขอขับไล่รัฐบาลโกงชาติบ้านเมืองนี้ให้ออกไปจากประเทศไทย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและ อส.จำนวนกว่า 100 คน ขณะที่มีกลุ่มมวลชนกลุ่ม กปปส.เข้ามาตั้งเวทีประชิดหน้าศาลากลางไม่มีการต่อต้าน แต่มีการวางแนวไม่ให้กลุ่มมวลชนเข้ามาหลังแผงกั้นที่วางไว้รอบทางเข้าอาคาร พร้อมมีการเตรียมรถฉีดน้ำจำนวนหลายคันมาปักหลักเตรียมรับมือไว้ด้วย
โคราช 1.5 พันคนร่วมตัวหน้าลานย่าโม
ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี กลุ่มมวลชนคนโคราชต้านคนโกง ได้เริ่มทยอยเดินทางมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีประมาณ 1,500 คน ซึ่งเป็นการรวมตัวเคลื่อนไหวคู่ขนานกับผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่กรุงเทพฯร และเช้านี้มีการขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีกำหนดการที่จะเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ราชการต่างๆ อาทิ เทศบาลนครนครราชสีมา, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายจักริน เชิดฉาย แกนนำกลุ่มมวลชนคนโคราชต้านคนโกง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล และแจ้งข่าวเรื่องการประกาศยุบสภาของรัฐบาล ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมรับ เนื่องจากไม่ได้ต้องการให้ยุบสภา หรือลาออก แต่ต้องการที่จะให้รัฐบาลมอบอำนาจให้กับประชาชน และตั้งสภาประชาชนขึ้นมาบริหารประเทศชั่วคราวก่อน
ขณะที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ก็ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 2 กองร้อย มาดูแลความสงบเรียบร้อย โดยมี พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ควบคุมดูแล พร้อมกับมีการติดตั้งเครื่องกระจายเสียงไว้ด้านหน้าศาลากลาง เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เจรจากับผู้ชุมนุม ซึ่งเช้าวันนี้ข้าราชการภายในศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ก็ยังคงทำงานตามปกติ
บุรีรัมย์รวมพลังทั่วเมืองต้านรัฐบาล
ประชาชนหลายสาขาอาชีพทั้งข้าราชการ แพทย์ พยาบาล นักการเมืองท้องถิ่นผู้นำชุมนุม พ่อค้า นักธุรกิจ ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา จากทั้ง 23 อำเภอ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณอนุสารีย์รัชกาลที่ 1 เพื่อแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังคณะกรรมการ กปปส.ได้นัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯเพื่อโค่นระบอบทักษิณ ก่อนจะเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1ไปตามถนนเสด็จนิวัฒน์ผ่านวงเวียนประชาธิปไตย หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่าและเคลื่อนไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์พร้อมกันนี้ยังมีการเป่านกหวีด โบกธงชาติไทยและตะโกนขับไล่รัฐบาลไปตลอดเส้นทาง เพื่อเป็นการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้งไม่ยอมรับรัฐบาลรักษาการหลัง นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภาพร้อมทั้งกดดันให้มีการตั้งสภาประชาชนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างแท้จริง







