
หวั่นเอสเอ็มอีเดี้ยงพิษม็อบ
ธปท.ชี้ขายของไม่ออกเงินสดส่อขาดมือแบงก์เกาะติดพร้อมยืดหนี้ลดค่างวด
ธปท.ชี้ขายของไม่ออกเงินสดส่อขาดมือแบงก์เกาะติดพร้อมยืดหนี้ลดค่างวด
ธปท.ยันการชุมนุมทางการเมืองไม่ทำให้สินเชื่อชะลอ แต่หวั่นปัญหาผิดนัดชำระของกลุ่มเอสเอ็มอี
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามผลจากการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่เห็นว่ามีผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อประเภทใดประเภทหนึ่งของระบบสถาบันการเงินให้ลดลงเป็นพิเศษ แต่การชุมนุมมีผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคแล้ว บรรยากาศคนเดินห้างน้อยลง การใช้จ่ายน้อยลง ทั้งที่เป็นช่วงใกล้เทศกาลส่งท้ายปี
“เท่าที่ติดตามดูมาตลอด 1 เดือน ก็ยังไม่เห็นว่าสินเชื่อกลุ่มใดจะชะลอลง เพราะผลกระทบจากม็อบ แต่ ธปท.ยังต้องติดตามดูต่อไป ยังบอกไม่ได้ เพราะข้อมูลของสินเชื่อที่มีนั้นแค่เดือน ต.ค.เท่านั้น” นางสาลินี กล่าว
นางสาลินี กล่าวอีกว่า ในส่วนของหนี้เสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการหยุดทำงานของผู้ชุมนุม หรือการแสดงออกถึงการอารยะขัดขืนนั้น ยังไม่น่าจะส่งผลให้ยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ได้เข้าไปประคับประคองลูกค้าในกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงค่อนข้างดี หากเห็นสัญญาณการผิดนัดหรือทำท่าจะผ่อนไม่ไหวก็ติดต่อขอให้ปรับโครงสร้างหนี้หรือรีไฟแนนซ์หนี้ค่อนข้างเร็วอยู่แล้ว ไม่ว่าการลดจำนวนเงินผ่อนต่องวดหรือขยายงวดให้นานขึ้น การชุมนุมไม่น่าจะกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อหรือเพิ่มหนี้เสียให้ระบบมากนัก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร ธปท.ยอมรับว่า การชุมนุมทางการเมืองอาจมีผลกระทบต่อยอดเอ็นพีแอลให้เพิ่มบ้าง โดยเฉพาะลูกหนี้ในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี เพราะหากการชุมนุมยืดเยื้อยาวนานออกไปก็ทำให้เอสเอ็มอีขายของไม่ได้เป็นเดือนๆ สภาพคล่อง เงินสดหมุนเวียนอาจจะลดลง จึงไม่มีเงินผ่อนหนี้ก็เป็นได้ แต่ธนาคารก็คงเข้าไปประคับประคองลูก ใครทำท่าไม่ดีก็จะปรับโครงสร้างหนี้และรีไฟแนนซ์ให้
ทั้งนี้ ข้อมูลของ ธปท.ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า การขยายสินเชื่อยังมีแนวโน้มชะลอลงตามทิศทางเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อของระบบธนาคารขยายตัวได้แค่ 10.6% ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 11.2% ตามการชะลอลงของสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจ ทั้งภาคการเงินและประกันภัย ภาคการผลิต ภาคการขายส่งขายปลีก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งด้วย
ขณะที่สินเชื่อที่ปล่อยให้กับภาคครัวเรือนค่อนข้างทรงตัว ซึ่งเดือนนี้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ระดับ 95% ใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ที่ตึงตัวอย่างต่อเนื่อง
นายประสิทธิ์ วสุภัทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ธนาคารเริ่มมีความกังวลว่าลูกค้าธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง หลังจากที่มีจำนวนประเทศที่ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้วถึง 32 ประเทศ อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีลูกค้ารายใดที่ขอความช่วยเหลือเข้ามา
“ในสัปดาห์นี้เราจะเริ่มเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าเพื่อดูสัญญาณ ซึ่งหากมีลูกค้ารายใดที่ได้รับผลกระทบจริงๆ ธนาคารก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านๆ มา เช่น ลดหรือยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้” นายประสิทธิ์ กล่าว







