
มหากบฏประชาชน
การนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 ธ.ค. ของมวลมหาประชาชนที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ จะถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ เพราะคลื่นมหาชนได้พร้อมใจกันเดินลงถนนนับล้านๆ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
การนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 ธ.ค. ของมวลมหาประชาชนที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ จะถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ เพราะคลื่นมหาชนได้พร้อมใจกันเดินลงถนนนับล้านๆ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
สุเทพ ย้ำเมื่อค่ำวันที่ 8 ธ.ค. ว่า วันที่ 9 ธ.ค. เป็นวันชี้ชะตาประเทศไทย ประชาชนจะไม่กลับบ้านมือเปล่า หลังจากทุกคนลุกฮือกันทั้งประเทศให้โลกรู้แล้ว ในฐานะเลขาธิการคณะกรรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะเป็นผู้ประกาศทวงคืนอำนาจแทนประชาชน ดังนั้น ตั้งแต่คืนวันที่ 9 ธ.ค. คนในระบอบทักษิณจะหมดอำนาจ
“วันนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ของผู้รักประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ที่ผ่านมาที่อียิปต์ได้ทำสถิติไว้แค่ 5 แสนคน แต่ของเราจะยิ่งใหญ่กว่านั้น”
อีกฟากหนึ่ง ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ประกาศเอาผิดกับทั้งแกนนำ ผู้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ในข้อหา “กบฏ”
ดังนั้น วันที่ 9 ธ.ค. 2556 อาจจะเป็น “วันมหากบฏประชาชน” ครั้งประวัติศาสตร์ กรณีนี้ ศ.เขียน ธีระวิทย์ นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง ระบุว่า “ใครเป็นกบฏ” ตอบตามหลักวิชา “ยิ่งลักษณ์และผู้นำรัฐบาลบางคนน่าจะถูกดำเนินคดีฐานเป็นกบฏ กรณีประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ”
ทั้งนี้ รัฐบาลก็หาได้ยอมดำเนินการใดๆ ไม่ว่าการยุบสภาหรือลาออก
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงว่า หากจะให้ยุบสภาก็จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน60 วัน ดังนั้นรัฐบาลจึงเสนอให้ตั้งเวทีหารือหากหาข้อยุติที่ตรงกันไม่ได้ ก็ขอเสนอให้ทำประชามติ เพื่อให้เสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกเงื่อนไขที่ชี้ขาดสถานการณ์ โดยมีมติให้ สส.ลาออกทั้งพรรค ซึ่ง อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แถลงว่า สาเหตุที่ลาออกทั้งพรรคเพื่อยืนยันความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล
“ยืนยันว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ พวกเราจะไม่เข้ารับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นขอให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบคืนอำนาจให้ประชาชน เช่น การยุบสภา” อภิสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ สส.ประชาธิปัตย์จะลาออกยกพรรค แต่พรรคร่วมรัฐบาลยังคงเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาลต่อไป โดยจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงผลการหารือพรรคร่วมรัฐบาลว่า ทุกพรรคจะรักษาระบบต่อไม่มีการถอนตัว แต่ไม่มีตัวแทนพรรคร่วมแถลงด้วย
ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลได้เดินสายล็อบบี้พรรคภูมิใจไทยกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หากมีพรรคร่วมถอนตัวจากรัฐบาลก็จะเชิญ สส.กลุ่มอนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมรัฐบาล
นอกจากนี้ กุนซือรัฐบาลประเมินว่าการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะมีคนเข้าร่วมไม่เกิน 1.5 แสนคน ดังนั้น หากมีการชุมนุมยืดเยื้อไม่ว่ากี่วันกี่คืน รัฐบาลก็แค่หาสถานที่ใหม่ทำงานแทนทำเนียบรัฐบาลและล่าสุดรัฐบาลได้ส่งทหารเข้าตรึงกำลังในทำเนียบฯ 5 กองร้อย พร้อมจะถอยให้ผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่โดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งหากผู้ชุมนุมประกาศค้างคืนในบริเวณโดยรอบ อาจส่งผลให้สถานการณ์มีความล่อแหลมในช่วงเวลากลางคืน
ฝั่งกองทัพยังคงยืนยันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งใดๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่า ไม่ว่าเหตุการณ์ในวันที่ 9 ธ.ค. จะเป็นอย่างไร ทหารก็จะไม่ปฏิวัติ
“อยากให้ทุกคนอดทน เช่นเดียวกับผมและกองทัพ ต้องอดทนแล้วหาทางออกหาข้อสรุปที่สงบ สันติ เพื่อยุติปัญหา” ผบ.ทบ.ระบุ
ต้องรอลุ้นด้วยใจระทึกว่า วันที่ 9 ธ.ค. จะลงเอยเช่นไร







